โปรโมชั่น Liver Elastography

ว่าด้วยเรื่องของ “ตับ”

“ตับ” แข็งแรงมากเป็นอวัยวะเดียวของร่างกายที่สามารถแบ่งตัวสร้างเซลล์ใหม่ ทดแทนเซลล์ที่เสียหายได้เสมอ แต่เราไม่ควรทำให้ตับอักเสบเรื้อรังเพราะการซ่อมตนเองจะทำให้เกิดพังผืดอาจมีตับแข็งตามมาได้
เมตาบอลิซึมมากมายของร่างกายทำผ่านตับ เช่น

  • ตับเป็นด่านแรกที่ดักจับและกรองเชื้อโรคก่อนปล่อยเลือดไปสู่หัวใจ
  • เป็นแหล่งรวมการเผาผลาญสารอาหารวิตามิน แร่ธาตุทุกชนิด
  • กำจัดสารพิษทุกชนิด (ทำงานคู่กับไต)

สิ่งที่ดีต่อตับ

  • ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ (เอ บี)
  • ไม่สร้างภาระให้ตับ อย่างการกินยาบำรุง การกินยาสมุนไพร หรือการล้างพิษตับ

กิจกรรม หรือ สิ่งที่ทำให้ตับเสื่อมเร็ว

  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟลุคโตสสูง จนไขมันเกาะตับ
  • รับประทานอาหารแปรรูป อาหารเก่าเก็บ เพราะอาจมีสารปนเปื้อน หรือสารก่อมะเร็ง

เมตาบอลิซึมดีๆด้วยตัวเลขสามตัว
ค่าตับ ค่าSGOT และ SGPT ต้องไม่ถึง 40 IU/L

หมายเหตุ: ราคาโปรโมชั่นนี้เฉพาะคนที่ทำการมัดจำจองคิวเท่านั้น
ราคาข้างต้น
– รวมค่าแพทย์และค่าส่งรูปผ่านไลน์หลังตรวจแล้ว
– ไม่รวมค่า USB หากคนไข้ต้องการรูปใส่ลงใน USB จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เงื่อนไขเป็นไปตามที่คลินิกกำหนด

ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonoscopy)

รายละเอียดการตรวจ

  • ไขมันเกาะตับ / มะเร็งตับ / พังผืดที่ตับ / วัดค่าความแข็งของตับ / ถุงน้ำที่ตับ /ก้อนที่ตับ
  • ตับ
  • ถุงน้ำดี / นิ่วในถุงน้ำดี / ติ่งเนื้อในถุงน้ำดี
  • ท่อน้ำดี
  • ไต / นิ่วในไต / ท่อไต / กรวยไต
  • ม้าม
  • ตับอ่อน
  • กระเพาะปัสสาวะ / นิ่ว
  • น้ำในช่องท้อง / ก้อนในช่องท้อง
  • หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง
  • มดลูก (สำหรับผู้หญิง)
  • ต่อมลูกหมาก (สำหรับผู้ชาย)

ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึงเรื่องไขมันเกาะตับ เพราะเป็นชนวนนำไปสู่ปัญหาตับแข็งและมะเร็งตับได้ แล้วจะทำอย่างไร ถ้าอยากรู้ว่าเรามีไขมันเกาะตับหรือไม่? หรือมีปัญหาตับแข็งหรือเปล่า? วันนี้เราเลยจะชวนรู้จักกับเทคโนโลยีดีๆ ที่คนรักตับไม่ควรพลาด

Liver Elastography เป็นเทคโนโลยีใหม่

โปรแกรมนี้ เหมาะกับใคร
การตรวจตับด้วย Liver Elastography Program มีประโยชน์สำหรับทุกคน ถึงแม้ว่าร่างกายภายนอกจะดูแข็งแรงสมส่วนก็ตาม โดยข้อมูลการศึกษาในประเทศจีนและฮ่องกงพบว่า ผู้ที่ไม่มีรูปร่างอ้วนและไม่มีอาการใดๆ กลับพบว่ามีไขมันเกาะตับสูงถึงร้อยละ 18 หรืออธิบายง่ายๆ ว่าในผู้ที่มีรูปร่างสมส่วน 5 คน จะมีผู้ที่ไขมันเกาะตับ 1 คน เลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันผู้ที่รูปร่างท้วม หรืออ้วน ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมีไขมันเกาะตับสูงถึงร้อยละ 60 ซึ่งความท้วมหรือความอ้วนที่ว่านี้ จะวัดโดยใช้ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) คำนวณโดยน้ำหนักตัวหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง

ทำไมคนไทยควรตรวจ

คนไทยมีผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ และไวรัสตับอักเสบซี ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งคนไข้กลุ่มนี้อาจมีตับแข็งโดยไม่รู้ตัว แต่ขณะเดียวกันมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีไวรัสตับอักเสบบี และซี การเริ่มต้นตรวจLiver Elastography Program เพื่อดูว่ามีความเสี่ยงตับแข็ง หรือมีพังผืดในตับหรือไม่ จึงเป็นการช่วยให้คนไข้เข้าสู่กระบวนการรักษาและหาสาเหตุของโรคต่อไปอย่างเหมาะสม

เช่นเดียวกับคนไข้ที่มีไขมันเกาะตับแม้จะพัฒนาไปเป็นตับแข็งได้ไม่มากนัก แต่ก็ไม่ใช่ 0% และในอนาคตอาจมากถึง 3-10% ซึ่งขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงร่วมต่างๆ อาทิ ความอ้วน เบาหวาน การสูบบุหรี่ ร่วมด้วย การตรวจLiver Elastography Programจะช่วยให้สามารถพบคนไข้ที่ตับเริ่มแข็งจากไขมันเกาะตับได้เร็วขึ้น และคงจะดียิ่งขึ้น ถ้าเราทุกคนให้ความสำคัญกับการตรวจปริมาณไขมันเกาะตับและค่าตับแข็งเหมือนที่ใส่ใจตรวจสุขภาพอื่นๆ หรืออย่างน้อยก็ควรตรวจสักครั้ง ให้ทราบถึงทิศทางของปริมาณไขมันที่ตับและค่าตับแข็ง เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณครอบคลุม และเหมาะสมอย่างแท้จริง

Liver Elastography Program สามารถตรวจปริมาณไขมันเกาะตับและค่าตับแข็ง ได้โดยไม่เจ็บตัว ราคาคุ้มค่า ใช้เวลาในการตรวจไม่นาน และทราบผลรวดเร็ว จึงทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเพื่อตรวจติดตามผลการรักษาโรค ประเมินความรุนแรงของโรค หรือจะตรวจสุขภาพเพื่อดูความเสี่ยงตับแข็งก็ย่อมได้

เจาะเลือดอย่างเดียวคัดกรองมะเร็งตับ ได้จริงๆหรือ?

การวินิจฉัยมะเร็งตับไม่สามารถใช้การเจาะเลือด ตรวจค่าตับ หรือตรวจวัดระดับ Alfa-fetoprotein:AFP เพียงอย่างเดียวได้ เพราะค่าตับปกติก็อาจมีก้อนเนื้อที่ตับได้หากมีขนาดเล็ก อีกทั้งการตรวจพบระดับ AFP ที่สูงผิดปกติ อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะตับอักเสบ ที่อาจไม่ใช่มะเร็ง และหากเป็นมะเร็งระยะต้น AFP อาจสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นการตรวจ Liver Elastorgraphy จึงเป็นหนึ่งในการคัดกรองมะเร็งตับที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถประเมินความเสี่ยงมะเร็งตับได้ จากการวัดระดับพังผืด ไขมันสะสมในตับ และค่าความแข็งของตับ โดยที่ไม่ต้องเจ็บจากการเจาะชิ้นเนื้อตับไปตรวจทางพยาธิวิทยา

เลื่อนรูปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ☝☝☝

CT Colonography
ตรวจลำไส้ใหญ่ ก่อนโรคลุกลาม

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย และในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการผิดปกติแสดงออกมาให้เห็นจนเมื่อโรคมีการพัฒนาไปจนถึงระดับหนึ่งแล้วจึงค่อยแสดงอาการ ซึ่งก็มักจะลุกลาม หรือเป็นก้อนมะเร็งขนาดใหญ่จนยากต่อการรักษาแล้ว มะเร็งลำไส้ใหญ่พบมากขึ้นตามวัยหรืออายุที่มากขึ้น ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากมีปัจจัยเสริม ได้แก่ มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีญาติเป็น มะเร็งชนิดอื่น ได้แก่ มะเร็งรังไข่, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเป็นโรคเนื้องอกของลำไส้ใหญ่ชนิด Familial Polyposis มีประวัติเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือ คนที่ชอบกินอาหารมันๆ และมีเส้นใยอาหารต่ำ

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สำคัญของประชากรทั่วโลก ถ้าวินิจฉัยได้เร็วและได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีถึงร้อยละ 90 แต่ถ้าเป็นระยะท้ายซึ่งมีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นๆ อัตราการรอดชีวิตเหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น

ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
(CT Colonography (CTC) / Virtual Colonoscopy)

ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonography (CTC) / Virtual Colonoscopy) เป็นการตรวจโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สแกนภาพแล้วสร้างภาพของลำไส้ใหญ่ให้เป็นภาพเสมือนจริงแบบ 3 มิติ ทำให้ดูผิวหรือผนังของลำไส้ใหญ่ได้คล้ายกับการส่องกล้อง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง สามารถค้นหาติ่งเนื้อขนาด 6-8 มิลลิเมตร ได้ถึง 85-90% และหากเป็นติ่งเนื้อขนาด 8 มิลลิเมตร จะสามารถตรวจพบได้ถึง 95-100% การตรวจด้วยวิธีนี้ไม่ยุ่งยากเท่ากับการส่องกล้องตรวจ และยังสามารถใช้เสริมการตรวจดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะต่างๆซึ่งมีภาวะลำไส้อุดตัน และไม่สามารถส่องกล้องเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูผนังด้านนอกของลำไส้ใหญ่และอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งไม่สามารถเห็นด้วยการส่องกล้องได้ด้วย

สรุปสั้นๆคือ CT Colonography เป็นการใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงตัดผ่านบริเวณช่องท้องของผู้ป่วย แล้วใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในการสร้างภาพเสมือนจากภาพตัดขวางเหล่านั้น ทำให้เห็นรายละเอียดภายในของลำไส้ใหญ่โดยไม่ต้องใช้กล้องสอดผ่านทวารหนักเข้าไปยังลำไส้ใหญ่เพื่อดูพยาธิสภาพ

ใครที่ควรตรวจ CT Colonography

  1. ผู้มีญาติลำดับแรกเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
  2. ผู้ที่มีประวัติ มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
  3. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็น Familial adenomatous polyposis (FAP) หรือ Hereditary non-polyposis colon cancer
  4. ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory bowel disease)
  5. ชายหรือหญิงที่อายุ 50 ปีขึ้นไป

คำแนะนำเพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

1. ไม่มีสารเคมีหรือยาอะไรที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ จึงไม่ควรเชื่อหรือตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องอาหารเสริม หรือการทำดีทอกซ์ลำไส้ใหญ่ เพราะนอกจากเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้วยังเสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนจากสารเคมี หรือเสี่ยงต่อการอักเสบหรือการแตกของลำไส้ใหญ่จากการทำดีท็อกซ์ เพราะยังไม่มีข้อพิสูจน์ถึงประโยชน์ที่ชัดเจนที่ได้รับจากการทำดีท็อกซ์

2. แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ได้แก่ ผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง

3. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน

4. ควรได้รับการตรวจส่องกล้องหรือ CT colonoscopy หามะเร็งในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ มีคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะมะเร็งในอวัยวะใดๆ ก็ตาม และตามข้อแนะนำของสหรัฐอเมริกา ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจลำไส้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังต่อเนื่องมายาวนาน

5. ผู้ที่มีประวัติครอบครัว มีเนื้องอกที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางประเภท ก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย

การตัดสินใจตรวจลำไส้ใหญ่ด้วย CT Colonography เป็นการตัดสินใจที่สำคัญเช่นเดียวกับการตัดสินใจในเรื่องสำคัญอื่นๆที่คุณควรเปิดโอกาสให้ตัวเองมีทางเลือกที่คิดว่าดีที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจ ดังนั้นการขอความเห็นจากแพทย์เฉพาะทางอาจช่วยยืนยันหรือช่วยให้ผู้ป่วยได้ทางเลือกใหม่ที่เหมาะสม เพื่อที่จะเดินหน้ารักษาต่อไปด้วยความมั่นใจมากขึ้น

ก่อนปรึกษาแพทย์เพื่อขอความเห็นควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  • เตรียมข้อมูลการตรวจรักษาทั้งหมดเกี่ยวกับโรคที่ต้องการปรึกษา รวมถึงโรคประจำตัวอื่นๆให้พร้อมก่อนไปพบแพทย์ เช่น ประวัติคนไข้ ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ ผลตรวจชิ้นเนื้อ ฟิล์มเอกซเรย์
  • เตรียมคำถามที่ต้องการสอบถามแพทย์ไว้ล่วงหน้า
  • พาสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนไปกับด้วยเพื่อช่วยถามคำถาม เก็บรวบรวมข้อมูลและช่วยในการตัดสินใจ
  • ในบางกรณีแพทย์อาจจำเป็นต้องทำการทดสอบเพิ่มเติม หากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ

หากสนใจ สามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษาเพื่อวางแผนการตรวจกับคุณหมอที่ รักษาคลินิก นะคะ

2 เหตุผลง่ายๆที่หลายคนมาตรวจที่ รักษาคลินิก

1. “เครื่องมือระดับสากล”

เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องมือราคาหลายล้าน ที่ รักษาคลินิก เลือกใช้ เป็นเครื่องที่ผ่านมาตรฐานเครื่องมือแพทย์จากระดับสากล ทั้งมาตรฐานกลางของเขตเศรษฐกิจยุโรป (CE) และมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) พร้อมทั้งการันตีด้วย รางวัล Reddot winner 2021 ในด้านการออกแบบเครื่อง Ultrasound Premium และมั่นใจในระบบ smart AI ด้วยโปรแกรม Shear wave และ Liver Elastography ที่มีประสิทธิภาพ จากการประเมินผ่าน Society of Radiologists in Ultrasound Liver Elastography, 2020

โปรแกรม Strain & Shear wave Elastography เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมร่วมกับอัลตราซาวด์ให้แม่นยำมากขึ้น โดยตรวจวัดความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ ระดับความแข็งของก้อนที่ตรวจพบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์โรคมะเร็ง การทำ Elastography เต้านม จากงานวิจัยได้รับการยืนยันแล้วว่า มีประโยชน์เมื่อทำร่วมกับอัลตราซาวด์โดยเฉพาะในก้อนที่มีขนาดเล็กน้อยกว่า 5 mm และถุงน้ำที่มีส่วนเนื้อปะปนอยู่ภายใน ซึ่งอาจไม่เห็นจากภาพแมมโมแกรม โดยช่วยลดอัตราการเจาะตรวจชิ้นเนื้อที่ไม่จำเป็น

โปรแกรม Share wave elastography ที่ได้รับการประเมินผ่านจาก Society of Radiologists in Ultrasound Liver Elastography, 2020 เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ใช้ในการประเมินดูสภาวะตับแข็ง ระดับพังผืดในเนื้อตับ และปริมาณไขมันสะสมในตับ เป็นการตรวจที่แม่นยำ และลดอัตราเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะตับ โดยเกณฑ์การวัดจะบอกเป็นตัวเลขในการประเมินผล ทำให้บอกระดับความรุนแรงของโรคได้อย่างชัดเจน และเป็นประโยชน์ในการติดตามการรักษา

การตรวจอัลตราซาวด์ เปรียบเสมือนการถ่ายรูปภาพจากกล้อง เครื่องอัลตราซาวด์ที่รักษาคลินิกเลือกใช้เป็นเครื่องรุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีการสร้างภาพที่ทันสมัย ให้ภาพที่มีความละเอียดสูง ภาพที่ถ่ายออกมาจึงมีคุณภาพมากกว่าเครื่องรุ่นเก่า ทำให้เพิ่มความแม่นยำการแปลผล อีกทั้งสามารถส่งรูปผ่านไลน์ได้ทันที จึงเป็นประโยชน์หากต้องใช้ภาพในการรักษาต่อ

ความแม่นยำของการตรวจรักษาคือจุดประสงค์หลักที่คุณหมอนิคใส่รายละเอียดลงไปในทุกขั้นตอนการตรวจ คุณหมอเลือกใช้เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ คุณภาพสูงเพื่อความสมบูรณ์แบบในการตรวจ

เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ที่รักษาคลินิก ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีมาตรฐานสากล

ระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ร่วมกับระบบ smart AI ในการประมวลผลอัตโนมัติ จะช่วยให้ภาพคมชัด ลดความแปรปรวนในการตรวจ เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการแปลผลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การรักษาโรคอย่างตรงจุด พร้อมส่งรูปคุณภาพคมชัดผ่านไลน์ทันที เพื่อความสะดวกและการส่งต่อข้อมูลสู่แผนการรักษาที่ไหลลื่น แม่นยำ และมีคุณภาพ

2. “ตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง”

คุณหมอนิคเป็นหมอเฉพาะทางด้านอัลตราซาวด์ (Diagnostic Radiology) ศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากนั้นได้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมา คุณหมอได้เปิดคลินิก ภายใต้ชื่อ รักษาคลินิก

โดยคุณหมอหมั่นอัพเดทความรู้ เทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆตลอดเวลา เพื่อให้การตรวจรักษาครอบคลุม แม่นยำและมีประสิทธิภาพที่สุดมากขึ้น

อีกหนึ่งในจุดเด่นที่คนไข้หลายคนประทับใจคือความน่ารักเป็นกันเองของคุณหมอที่พร้อมจะให้คำปรึกษาและตอบคำถามอย่างเป็นกันเอง

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

  • งดข้าว งดน้ำ ก่อนตรวจอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่อนตรวจ
  • ทานยาประจำได้ปกติ
  • กลั้นปัสสาวะอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนตรวจ

วันและเวลาทำการ รักษาคลินิก

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16:00 – 19:00 น. หยุดวัน พฤหัส
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 12:00 น
จองคิวเท่านั้น

หมายเหตุ:

  • ทางคลินิก ไม่มีบริการ รักษาออนไลน์ การรักษาของทางคลินิก เป็นการตรวจร่างกายหาสาเหตุและทำการรักษาเพราะอาการเหมือนกัน สาเหตุอาจมาต่างกัน
  • เนื่องจากมีผู้จองคิวแล้วไม่มา ทำให้คนไข้คนอื่นเสียสิทธิ์ในการรักษา สามารถจองคิวได้ แต่ทางคลินิกขออนุญาตให้สิทธิ์กับผู้ที่มาถึงคลินิกก่อนได้รับบริการก่อน ทางคลินิกต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

รายละเอียด แผนที่และ รูปคลินิก : https://bit.ly/3CGBoFZ

Discover more from รักษาคลินิก By Dr.Nick

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading