อุจจาระมีเลือดปน มีอาการท้องผูก ท้องเสียเรื้อรัง มีอาการจุกเสียด แน่นท้อง หรือปวดท้องบ่อยๆ ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย CT Colonography (CTC)

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันและรักษาได้หากตรวจพบแต่เนิ่น ๆ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon cancer) เป็นโรคร้ายแรงที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ของประชากรไทย และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยพบได้เป็นอันดับ 3 ในผู้ชาย และพบได้เป็นอันดับ 5 ในผู้หญิง มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้เจริญเติบโตผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมได้ ในระยะแรกของการเจริญเติบโตจะยังไม่เป็นเนื้อร้าย แต่หากไม่ได้รับการตรวจรักษาก็สามารถกลายเป็นเนื้อร้ายได้ โดยใช้ระยะเวลานานประมาณ 10 ปี

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันและรักษาได้ โดยมะเร็งชนิดนี้ มักเกิดจากติ่งเนื้อขนาดเล็ก ที่เรียกว่า โพลิป (Polyp) มีขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ ติ่งเนื้อดังกล่าวอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น จนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5-10 ปี เนื่องจากขนาดที่เล็กของติ่งเนื้อ จึงทำให้ผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกมักไม่มีอาการ การตรวจในเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหากตรวจพบตั้งแต่แรกจะมีโอกาสรักษาหายได้ หรือมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 5 ปี ถึง 95% แต่หากเป็นระยะที่ลุกลามไปแล้ว แทบจะไม่มีโอกาสรักษาให้หายได้เลย ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ยังไม่มีอาการผิดปกติ จึงถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะหากตรวจพบติ่งเนื้อชนิดนี้ และทำการรักษาโดยการผ่าตัดได้จนหมด ย่อมเท่ากับเป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน

การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถทำได้ร่วมกับเทคนิคการถ่ายภาพทางรังสีวิทยา คือ ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonoscopy) เป็นการตรวจโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สแกนภาพแล้วสร้างภาพของลำไส้ใหญ่ให้เป็นภาพเสมือนจริงแบบ 3 มิติ ทำให้ดูผิวหรือผนังของลำไส้ใหญ่ได้คล้ายกับการส่องกล้อง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง สามารถค้นหาติ่งเนื้อขนาด 6-8 มิลลิเมตร ได้ถึง 85-90% และหากเป็นติ่งเนื้อขนาด 8 มิลลิเมตร จะสามารถตรวจพบได้ถึง 95-100% เป็นการตรวจที่ไม่ต้องให้ยานอนหลับลึกหรือดมยาสลบ

การตรวจด้วยวิธีนี้ไม่ยุ่งยากเท่ากับการส่องกล้องตรวจ และยังสามารถใช้เสริมการตรวจดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะต่างๆซึ่งมีภาวะลำไส้อุดตัน และไม่สามารถส่องกล้องเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูผนังด้านนอกของลำไส้ใหญ่และอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งไม่สามารถเห็นด้วยการส่องกล้องได้ด้วย

เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ยังไม่มีอาการผิดปกติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้รับการตรวจและเฝ้าระวังป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่

กลุ่มประชากรที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ ประชากรที่มีอายุมากกว่า หรือ เท่ากับ 50 ปี มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตลอดจนกลุ่มประชากรที่มีโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดที่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • อายุที่มากขึ้น โดย 90% ของผู้ป่วยมีอายุมากกว่า 50 ปี
  • มีก้อนเนื้อ (Polyp) ในลำไส้ใหญ่
  • มีประวัติส่วนตัวเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease)
  • เคยส่องกล้องพบติ่งเนื้อในลำไส้ หรือใช้ตรวจติดตามหลังผ่าตัดมะเร็ง
  • มีประวัติส่วนตัวเป็นมะเร็งรังไข่ มดลูก เต้านม หรืออวัยวะอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี
  • มีประวัติบุคคลในครอบครัว บิดา มารดา พี่ น้อง เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือเป็นติ่งเนื้อ
  • มีประวัติโรคทางกรรมพันธุ์ที่สัมพันธ์กับมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว เช่น HNPCC หรือ Polyposis Syndromes
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มสุรา
  • ความอ้วน

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เริ่มต้นโดยคนไข้อาจไม่มีอาการอะไรเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อการดำเนินของโรคไปได้สักระยะหนึ่ง มะเร็งลำไส้ใหญ่จะเริ่มมีอาการแสดง ดังนี้

  • มีนิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาจมีอาการเตือน เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ขนาดของลำอุจจาระเล็กลง คลำท้องพบก้อน เป็นต้น
  • มีอาการท้องผูก ท้องเสียเรื้อรัง หรือสลับกันเป็นครั้งคราว
  • จำนวนครั้งในการถ่ายอุจจาระเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ลำของอุจจาระเล็กลงหรือบางลง
  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน (อาจมีสีแดงสดหรือสีแดงคล้ำ) หรือตรวจอุจจาระพบเลือดแฝง โดยที่ตรวจแล้วไม่ใช่สาเหตุจากบริเวณทวารหนักและลำไส้ตรงส่วนล่าง
  • ถ่ายเป็นมูกปนเลือด ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อบิด
  • มีอาการจุกเสียด แน่นท้อง หรือปวดท้องบ่อยๆ
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • มีอาการปวดหน่วง หรือรู้สึกถ่ายอุจจาระไม่สุด
  • ปวดเบ่งเวลาถ่ายอุจจาระ
  • อาจคลำก้อนได้ในท้อง
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย หรือซีดโดยไม่รู้สาเหตุ
  • อื่นๆ เช่น ไส้บิดกลืนกัน หลังฉายรังสีแล้วถ่ายมีมูกปนเลือด เป็นต้น

สรุปสั้นๆคือ CT Colonography เป็นการใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงตัดผ่านบริเวณช่องท้องของผู้ป่วย แล้วใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในการสร้างภาพเสมือนจากภาพตัดขวางเหล่านั้น ทำให้เห็นรายละเอียดภายในของลำไส้ใหญ่โดยไม่ต้องใช้กล้องสอดผ่านทวารหนักเข้าไปยังลำไส้ใหญ่เพื่อดูพยาธิสภาพ

การตัดสินใจตรวจลำไส้ใหญ่ด้วย CT Colonography เป็นการตัดสินใจที่สำคัญเช่นเดียวกับการตัดสินใจในเรื่องสำคัญอื่นๆที่คุณควรเปิดโอกาสให้ตัวเองมีทางเลือกที่คิดว่าดีที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจ ดังนั้นการขอความเห็นจากแพทย์เฉพาะทางอาจช่วยยืนยันหรือช่วยให้ผู้ป่วยได้ทางเลือกใหม่ที่เหมาะสม เพื่อที่จะเดินหน้ารักษาต่อไปด้วยความมั่นใจมากขึ้น

ก่อนปรึกษาแพทย์เพื่อขอความเห็นควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  • เตรียมข้อมูลการตรวจรักษาทั้งหมดเกี่ยวกับโรคที่ต้องการปรึกษา รวมถึงโรคประจำตัวอื่นๆให้พร้อมก่อนไปพบแพทย์ เช่น ประวัติคนไข้ ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ ผลตรวจชิ้นเนื้อ ฟิล์มเอกซเรย์
  • เตรียมคำถามที่ต้องการสอบถามแพทย์ไว้ล่วงหน้า
  • พาสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนไปกับด้วยเพื่อช่วยถามคำถาม เก็บรวบรวมข้อมูลและช่วยในการตัดสินใจ
  • ในบางกรณีแพทย์อาจจำเป็นต้องทำการทดสอบเพิ่มเติม หากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ

หากสนใจ สามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษาเพื่อวางแผนการตรวจกับคุณหมอที่ รักษาคลินิก นะคะ

วันและเวลาทำการ รักษาคลินิก

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16:00 – 19:00 น. รับคิวสุดท้าย 18:00 น. หยุดวัน พฤหัส
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 18:00 น รับคิวสุดท้าย 17:00 น.
วันหยุด นขัตฤกษ์ เวลา 9:30 – 17:00 น รับคิวสุดท้าย 16:00 น.
*จองคิวเท่านั้น

หมายเหตุ: วันหยุดประจำเดือนจะแจ้งใน เฟสบุ๊คและไลน์ ขออภัยในความไม่สะดวก

หมายเหตุ:

  • ทางคลินิก ไม่มีบริการ รักษาออนไลน์ การรักษาของทางคลินิก เป็นการตรวจร่างกายหาสาเหตุและทำการรักษาเพราะอาการเหมือนกัน สาเหตุอาจมาต่างกัน
  • เนื่องจากมีผู้จองคิวแล้วไม่มา ทำให้คนไข้คนอื่นเสียสิทธิ์ในการรักษา สามารถจองคิวได้ แต่ทางคลินิกขออนุญาตให้สิทธิ์กับผู้ที่มาถึงคลินิกก่อนได้รับบริการก่อน ทางคลินิกต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

Discover more from รักษาคลินิก By Dr.Nick

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading