WHO (องค์การอนามัยโลก) ประกาศว่า การกินเนื้อที่ผ่านการแปลรูป และเนื้อแดง ทำให้มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย ซึ่งหากยิ่งกินมาก ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น
โดยพบว่าการกินเนื้อที่ผ่านการแปรรูปเพิ่มขึ้นทุก 50 กรัมต่อวัน (ประมาณเบค่อน 2 แผ่น) ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น 18% ส่วนเนื้อแดงนั้น หลักฐานยังไม่ชัดเจนเท่า แต่เท่าที่สรุปได้ตอนนี้คือ การกินเนื้อแดงเพิ่มขึ้นทุก 100 กรัมต่อวัน ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น 17%

ปรุงอาหารพวกเนื้อแบบไหนเสี่ยงต่อมะเร็งที่สุด การที่โดนความร้อนสูง เช่น โดนเปลวไฟโดยตรง ปิ้งย่างหรือทอดในกระทะ จะมีโอกาสทำให้เกิดสารก่อมะเร็งมากกว่าการทำอาหารแบบอื่นๆ

3 วิธี กินเนื้ออย่างไร ให้ปลอดภัย?
1. ลดการกินเนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮมหมูหรือเนื้อบดในแฮมเบอร์เกอร์ หมูแผ่น เป็นอันดับแรกให้ได้ก่อน เพราะมีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งที่ค่อนข้างชัดเจน
2. ลดการกินพวกเนื้อแดง เช่น หมู เนื้อ ให้น้อยลง เลือกปลา ไก่ แทนมากขึ้น เช่น ถ้าเมนูประจำของเราคือ ข้าวกระเพราหมูสับไข่ดาวทุกกลางวัน ให้ลองเปลี่ยนมาเป็นกระเพราไก่ไข่ดาวแทนดูบ้าง แต่ถ้ามีปลาให้เลือกก็เลือกปลาก่อนได้เลย เนื่องจากหลักฐานว่าเนื้อแดงเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งยังไม่ชัดเจนเท่าเนื้อแปรรูป การลดเนื้อแดงจึงมาเป็นอันดับ 2 ค่ะ
3. หลีกเลี่ยงการปรุงที่ผ่านความร้อนสูง ปิ้ง ย่างทอด เช่น หมูปิ้ง หมูสะเต๊ะ เนื้อย่าง หมูทอด ถ้ากินอาหารผัดๆ ก็เอาแบบไม่ต้องหอมกระทะมาก เพราะถ้าจะทำให้หอมกระทะยั่วยวนชวนกินนั้นต้องใช้ไฟแรง และกระทะที่ร้อนกว่าปกติ

5 วิธีเสริมสร้างกระดูกแบบไม่เสี่ยง
1. สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปควรดื่มนมแต่พอดี อาจเลือกที่ไม่เกินวันละ 1-2 แก้ว เนื่องจากนมมีประโยชน์ในด้านมีสารอาหารต่างๆมาก ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน ความดัน เบาหวาน รวมถึงมะเร็งบางชนิด แต่หากดื่มมากเกินไป ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้เช่นกัน
2. เลือกดื่มนมจืด หลีกเลี่ยงนมหวาน เนื่องจากมักมีน้ำตาลมากเกินไป
3. แคลเซี่ยมไม่ได้มีเฉพาะในนม ควรเน้นกินอาหารหลากหลายเพื่อให้ได้แคลเซี่ยมที่เพียงพอ มากกว่าที่จะเน้นดื่มนมเยอะๆอย่างเดียว เช่น ปลาเล็กปลาน้อย งาดำคั่ว กุ้งแห้ง บล็อกโคลี่ ผักกระเฉด
4. วิตามินดี มีส่วนสำคัญมากๆเ ช่นกันกับกระดูก ออกไปตากแดดบ้าง อย่ากลัวแดดมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่ทำงานแต่ในร่มตลอด เช่น ทำงานออฟฟิศตั้งแต่เช้าตรู่ยันค่ำ เลิกงานก็มืดแล้ว เป็นต้น เนื่องจากร่างกายสามารถผลิตวิตามินดีเองได้จากแสงแดด โดยวิตามินดีช่วยให้เราดูดซึมแคลเซี่ยมจากลำไส้ได้ดีขึ้น และช่วยในการสร้างกระดูกและฟัน
5. ออกกำลังกาย การได้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะที่มีการลงน้ำหนักบ้าง เช่น เดินเร็ว วิ่ง ช่วยกระตุ้นให้การสร้างใหม่ของกระดูก และเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
ขอบคุณข้อมูลจาก กิน Guidebook #1 โดย พญ.สุภาสินี รัตนศุกล พิมพ์ครั้งที่ 2 ปี 2562
