ตรวจอัลตราซาวด์เต้านม: ทำไมต้องสำคัญ

มะเร็งเต้านม มะเร็งร้ายหมายเลข 1 ของหญิงไทย

มะเร็งเต้านม ผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
★ มีผู้ป่วยรายใหม่ วันละ 47 คนหรือ 17,043 คน/ปี
★ เสียชีวิต วันละ 13 คน หรือ 4,654 คน/ปี
(ข้อมูล จากกรมการแพทย์ ปี 2565)

ระยะของมะเร็งเต้านม

  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 1 : เชื้อจะยังไม่กระจายโดยก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็กว่า 2 เซนติเมตร
  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 2 : เชื้ออาจเริ่มแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง ก้อนเนื้อจะมีขนาด 2-5 เซนติเมตร
  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 3 : เชื้อจะเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองอย่างมากทำให้เนื้อบริเวณรักแร้ติดกับอวัยวะใกล้เคียง ในระยะนี้ก้อนเนื้อจะมีขนาดมากกว่า 5 เซนติเมตร
  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 4 : เชื้อจะแพร่สู่อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น สมอง กระดูก หรือปอด เป็นต้น ระยะนี้ก้อนเนื้อจะมีขนาดได้หลายขนาด

สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม มีดังนี้

ในระยะแรกของโรคนี้จะไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ ออกมาทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมอาจไม่รู้ตัวว่าตนเองมีโรคร้ายนอกจากจะได้รับการตรวจด้วย Ultrasound ส่วนอาการที่มักปรากฏเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติที่เต้านมมีดังนี้

  • คลำพบก้อนเนื้อที่เต้านม หรือใต้รักแร้ : สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านเป็นประจำ โดยก้อนเนื้อที่พบอาจจะกดเจ็บ หรือไม่เจ็บก็ได้ ผู้หญิงทุกคนควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังรอบเดือนหมด ประมาณ 1 สัปดาห์
  • ช่วงไม่มีประจำเดือนมีอาการเจ็บบริเวณเต้านม : หากมีอาการเจ็บเต้านมโดยที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน หรือพบว่าผิวหนังรอบๆ เต้านมบวมแดงอักเสบ โดยเฉพาะเมื่อคลำพบก้อนเนื้อร่วมด้วย อย่าละเลยว่าเป็นเรื่องธรรมดาเด็ดขาด
  • มีของเหลวหรือน้ำเหลืองไหลออกมาจากเต้านม : โดยเฉพาะหากพบว่าน้ำเหลืองหรือของเหลวไหลนั้นมีสีคล้ายเลือด และออกจากหัวนมเพียงรูเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเต้านมโดยละเอียด
  • เกิดผื่นคันที่เต้านมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ : ผื่นคันอาจเกิดขึ้นที่หัวนมหรือบริเวณเต้าส่วนใหญ่ เริ่มต้นเป็นเพียงผื่นแดงแสบๆ คันๆ แม้จะรักษาโดยแพทย์ผิวหนังแล้วยังไม่หายขาดจนกลายเป็นแผลตกสะเก็ดแข็ง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านมอีกครั้ง เนื่องจากอาจเกิดจากเซลล์มะเร็งลามขึ้นมาที่ผิวหนังด้านบนบริเวณหัวนมหรือเต้านมแล้ว
  • ลักษณะรูปร่างหรือขนาดของเต้านมที่เปลี่ยนไปจากเดิม : แม้ปกติเต้านมทั้ง 2 ข้างอาจมีขนาดและรูปร่างที่ต่างกันบ้าง แต่การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างมีลักษณะผิดปกติไปจากเดิม จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้เท่าทันหากเกิดโรคร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • กดที่เต้านมแล้วผิวหนังบุ๋ม : รวมถึงสีหรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ละเอียด เนื่องจากอาจเป็นอาการของเซลล์มะเร็งที่ลุกลามมาถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

ใครที่ควรตรวจอัลตราซาวด์เต้านม?

ผู้หญิงทุกคนควรได้รับการตรวจอัลตราซาวด์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต้องหมั่นตรวจเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรค

  • หากคุณผู้หญิงคลำเจอก้อนที่เต้านม หรือ ใต้รักแร้ ทั้งที่กดเจ็บหรือไม่เจ็บ ควรมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโรค มะเร็งเต้านม เพราะหากมีความผิดปกติจะสามารถรักษาให้หายขาดได้
  • คุณผู้หญิงควรตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เป็นประจำทุกเดือน หลังหมดประจำเดือนประมาณ 1 สัปดาห์
  1. ผู้ที่มีอายุ 35 ปี ควรรับการตรวจอย่างน้อย 1 ครั้ง
  2. ผู้ที่มีอายุ 40-49 ปี ควรรับการตรวจทุก 1-2 ปี
  3. ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจเป็นประจำทุกปี
  4. ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งรังไข่
  5. ผู้ที่เคยรับการฉายแสงเพื่อรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นที่บริเวณหน้าอก
  6. ผู้ที่ได้รับยาฮอร์โมนทดแทน
  7. ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมแล้ว 1 ข้าง
  8. ผู้ที่ได้รับการเจาะตรวจชิ้นเนื้อพบภาวะที่เรียกว่า Atypical ductal hyperplasia

ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

  • อายุมากขึ้น
  • ภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน
  • มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • ใช้ฮอร์โมนเพศ หรือใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
  • มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดประจำเดือนครั้งแรกหลังอายุ 55 ปี
  • มีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปีหรือไม่เคยมีบุตร
  • ไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • ดื่มแอลกอฮอล์

วิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ มีดังนี้

  • วิธีการตรวจไม่ยุ่งยาก และไม่ได้ทำให้เกิดความเจ็บปวด
  • ไม่ต้องอดอาหารและสามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ
  • ไม่ทาโลชั่น ครีม แป้ง หรือโรลออนบริเวณรักแร้และเต้านม
  • ใส่เสื้อผ้าตามที่สถานพยาบาลกำหนด
  • หากผ่านการเสริมหน้าอกมาก่อน หรือมีความผิดปกติ เช่น คลำพบก้อนเนื้อ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนตรวจ

☺ ใช้เวลาตรวจไม่นาน 15-30 นาที
☺ ไม่เจ็บ ไม่อันตราย ไม่มีรังสี ตรวจได้ทุกเพศ ทุกวัย
☺ ไม่ต้องรอ ได้ผลส่งผ่านไลน์ ทันที

ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์มากกว่า หมื่นเคส และหมั่นอัพเดทความรู้ทางการแพทย์ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ

หมายเหตุ: ราคาโปรโมชั่นนี้เฉพาะคนที่ทำการมัดจำจองคิวเท่านั้น
ราคาข้างต้น
– รวมค่าแพทย์และค่าส่งรูปผ่านไลน์หลังตรวจแล้ว
– ไม่รวมค่า USB หากคนไข้ต้องการรูปใส่ลงใน USB จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เงื่อนไขเป็นไปตามที่คลินิกกำหนด

หมายเหตุ: ราคาข้างต้น
– รวมค่าแพทย์และค่าส่งรูปผ่านไลน์หลังตรวจแล้ว
– ไม่รวมค่า USB หากคนไข้ต้องการรูปใส่ลงใน USB จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

รักษาคลินิก ตั้งอยู่ใกล้โลตัสท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

2 เหตุผลง่ายๆที่หลายคนมาตรวจที่ รักษาคลินิก

1. “เครื่องมือระดับสากล”

เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องมือราคาหลายล้าน ที่ รักษาคลินิก เลือกใช้ เป็นเครื่องที่ผ่านมาตรฐานเครื่องมือแพทย์จากระดับสากล ทั้งมาตรฐานกลางของเขตเศรษฐกิจยุโรป (CE) และมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) พร้อมทั้งการันตีด้วย รางวัล Reddot winner 2021 ในด้านการออกแบบเครื่อง Ultrasound Premium และมั่นใจในระบบ smart AI ด้วยโปรแกรม Shear wave และ Liver Elastography ที่มีประสิทธิภาพ จากการประเมินผ่าน Society of Radiologists in Ultrasound Liver Elastography, 2020

โปรแกรม Strain & Shear wave Elastography เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมร่วมกับอัลตราซาวด์ให้แม่นยำมากขึ้น โดยตรวจวัดความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ ระดับความแข็งของก้อนที่ตรวจพบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์โรคมะเร็ง การทำ Elastography เต้านม จากงานวิจัยได้รับการยืนยันแล้วว่า มีประโยชน์เมื่อทำร่วมกับอัลตราซาวด์โดยเฉพาะในก้อนที่มีขนาดเล็กน้อยกว่า 5 mm และถุงน้ำที่มีส่วนเนื้อปะปนอยู่ภายใน ซึ่งอาจไม่เห็นจากภาพแมมโมแกรม โดยช่วยลดอัตราการเจาะตรวจชิ้นเนื้อที่ไม่จำเป็น

โปรแกรม Share wave elastography ที่ได้รับการประเมินผ่านจาก Society of Radiologists in Ultrasound Liver Elastography, 2020 เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ใช้ในการประเมินดูสภาวะตับแข็ง ระดับพังผืดในเนื้อตับ และปริมาณไขมันสะสมในตับ เป็นการตรวจที่แม่นยำ และลดอัตราเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะตับ โดยเกณฑ์การวัดจะบอกเป็นตัวเลขในการประเมินผล ทำให้บอกระดับความรุนแรงของโรคได้อย่างชัดเจน และเป็นประโยชน์ในการติดตามการรักษา

การตรวจอัลตราซาวด์ เปรียบเสมือนการถ่ายรูปภาพจากกล้อง เครื่องอัลตราซาวด์ที่รักษาคลินิกเลือกใช้เป็นเครื่องรุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีการสร้างภาพที่ทันสมัย ให้ภาพที่มีความละเอียดสูง ภาพที่ถ่ายออกมาจึงมีคุณภาพมากกว่าเครื่องรุ่นเก่า ทำให้เพิ่มความแม่นยำการแปลผล อีกทั้งสามารถส่งรูปผ่านไลน์ได้ทันที จึงเป็นประโยชน์หากต้องใช้ภาพในการรักษาต่อ

ความแม่นยำของการตรวจรักษาคือจุดประสงค์หลักที่คุณหมอนิคใส่รายละเอียดลงไปในทุกขั้นตอนการตรวจ คุณหมอเลือกใช้เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ คุณภาพสูงเพื่อความสมบูรณ์แบบในการตรวจ

เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ที่รักษาคลินิก ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีมาตรฐานสากล

ระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ร่วมกับระบบ smart AI ในการประมวลผลอัตโนมัติ จะช่วยให้ภาพคมชัด ลดความแปรปรวนในการตรวจ เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการแปลผลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การรักษาโรคอย่างตรงจุด พร้อมส่งรูปคุณภาพคมชัดผ่านไลน์ทันที เพื่อความสะดวกและการส่งต่อข้อมูลสู่แผนการรักษาที่ไหลลื่น แม่นยำ และมีคุณภาพ

2. “ตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง”

คุณหมอนิคเป็นหมอเฉพาะทางด้านอัลตราซาวด์ (Diagnostic Radiology) ศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากนั้นได้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมา คุณหมอได้เปิดคลินิก ภายใต้ชื่อ รักษาคลินิก

โดยคุณหมอหมั่นอัพเดทความรู้ เทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆตลอดเวลา เพื่อให้การตรวจรักษาครอบคลุม แม่นยำและมีประสิทธิภาพที่สุดมากขึ้น

อีกหนึ่งในจุดเด่นที่คนไข้หลายคนประทับใจคือความน่ารักเป็นกันเองของคุณหมอที่พร้อมจะให้คำปรึกษาและตอบคำถามอย่างเป็นกันเอง

☆ มั่นใจ การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์เฉพาะทาง
☆ แม่นยำ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
☆ ประทับใจ กับ การบริการที่มืออาชีพ
☆ ได้ผลทันที
☆ ไม่มีการรอ ส่งผลผ่านไลน์ทันที

วันและเวลาทำการ รักษาคลินิก

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16:00 – 19:00 น. หยุดวัน พฤหัส
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 18:00 น
จองคิวเท่านั้น

หมายเหตุ:

  • ทางคลินิก ไม่มีบริการ รักษาออนไลน์ การรักษาของทางคลินิก เป็นการตรวจร่างกายหาสาเหตุและทำการรักษาเพราะอาการเหมือนกัน สาเหตุอาจมาต่างกัน

รายละเอียด แผนที่และ รูปคลินิก : https://bit.ly/3CGBoFZ

Discover more from รักษาคลินิก By Dr.Nick

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading