ถ้าสงสัย เป็นเนื้องอกของไทรอยด์ ทำยังไงต่อดี?
การตรวจยืนยันว่าเป็นไทรอยด์แน่ๆ ก็คือ “การส่งอัลตราซาวน์คอ” นั่นเอง การ Ultrasound คอเพื่อดูไทรอยด์ เน้นนะคะ **ต้องทำทุกราย ที่มีก้อนทีคอ** เพราะให้ข้อมูล “ชัดและละเอียดที่สุดของการตรวจไทรอยด์” เช่น มีก้อนที่ไหน กี่ก้อน ที่ไหนบ้าง ข้างเดียวหรือสองข้าง ลักษณะก้อนเป็นอย่างไร มีเส้นเลือดมาเลี้ยงไหม ฯลฯ ซึ่งจะต้องโดยหมอเฉพาะทางนะคะ
มีคนถามว่า ทำ CT-scan หรือ MRI ไม่ดีกว่าเหรอ เพราะน่าจะสแกนและตรวจได้ดีกว่าไหม? ราคาแพงกว่าน่าจะดีกว่านะ?
คำตอบคือ การทำ CT หรือ MRI ให้ข้อมูลไทรอยด์ได้ไม่ละเอียดเท่า ultrasound เนื่องจากการทำ CT หรือ MRI ส่วนมากจะมีการตัดเป็นช่วงๆ ช่วงละ 5mm – 1cm ทำให้บางที มันข้ามส่วนสำคัญของไทรอยด์ไป ซึ่งอัลตราซาวน์จะดูได้ละเอียดและเนียนกว่า
CT หรือ MRI ใช้เพื่อดูไทรอยด์จะทำบางกรณีเท่านั้น เช่น เป็นมะเร็งแล้วสงสัยว่าจะลามอวัยวะอื่นหรือเปล่า อันนี้มีประโยชน์ หรือ สงสัยกรณีก้อนไทรอยด์โตมากจนเบียดอวัยวะอื่นและ/หรือลงไปช่องอก เป็นต้น
ในกรณีที่บางคน “บังเอิญ” เจอก้อนไทรอยด์ จากการตรวจ CT ด้วยเหตุผลอื่น ยังไงเสีย ถ้ามาเจอหมอไทรอยด์ หมอก็จะส่งทำ ultrasound คอเพื่อดูไทรอยด์ซ้ำอีกที เพราะจะได้ข้อมูลไทรอยด์ละเอียดกว่าค่ะ
สรุป: เมื่อเจอก้อนที่คอ หมอจะส่ง ultrasound คอ และเจาะเลือดเช็คค่าฮอร์โมนไทรอยด์ทุกคนเสมอ

คุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่? เช็คด่วน!
สัญญาณที่บอกว่าคุณควรตรวจอัลตราซาวด์คอ หรือไทรอยด์
การตรวจอัลตราซาวด์คอช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติของไทรอยด์ ต่อมน้ำเหลือง และก้อนเนื้อบริเวณคอ หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว
🔍 อาการที่ควรระวัง
✅ มีก้อนที่คอ หรือคอบวมผิดปกติ
หากพบก้อนบริเวณคอ ไม่ว่าจะคลำเจอเองหรือมีคนทัก ควรตรวจเพื่อดูว่าก้อนนั้นเป็นซีสต์ ไทรอยด์โต หรือมีภาวะอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง
✅ กลืนลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกคอ
อาจเกิดจากไทรอยด์ที่โตผิดปกติ หรือมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารและลำคอ
✅ เสียงแหบเรื้อรัง หรือไอแห้งบ่อย ๆ
หากไม่มีอาการหวัดแต่เสียงแหบหรือมีอาการไอเรื้อรัง อาจเกี่ยวข้องกับการกดทับของต่อมไทรอยด์หรือก้อนที่คอ
✅ เจ็บคอเรื้อรัง โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
อาการเจ็บคอที่ไม่หายแม้รักษาด้วยยาแก้อักเสบ อาจเกิดจากความผิดปกติของไทรอยด์หรือต่อมน้ำเหลืองอักเสบ
✅ น้ำหนักเปลี่ยนแปลงผิดปกติ หรือง่วงนอนง่ายผิดปกติ
อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) หรือ ไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism)
✅ มีประวัติครอบครัวเป็นไทรอยด์
หากมีคนในครอบครัวเป็นไทรอยด์ ควรเข้าตรวจเช็คเพื่อดูว่ามีความผิดปกติหรือไม่
✅ เคยได้รับการรักษาไทรอยด์มาก่อน และต้องติดตามผล
หากคุณเคยได้รับการผ่าตัดไทรอยด์ มีภาวะไทรอยด์อักเสบ หรือเป็นไทรอยด์เรื้อรัง ควรตรวจติดตามเป็นระยะ

ทำไมต้องตรวจอัลตราซาวด์คอ และไทรอยด์?
วินิจฉัยแม่นยำ คัดกรองมะเร็ง รู้ผลเร็ว
การตรวจอัลตราซาวด์คอเป็นวิธีสำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติของไทรอยด์และต่อมน้ำเหลืองที่คอ ซึ่งสามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
📌 หมอแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์ทุกครั้ง หากสงสัยไทรอยด์
แพทย์เฉพาะทางแนะนำว่าหากสงสัยว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติที่ต่อมไทรอยด์ ควรทำอัลตราซาวด์ทุกเคส เนื่องจาก:
✅ ช่วยประเมิน ขนาดและลักษณะของไทรอยด์ ได้อย่างละเอียด
✅ ตรวจพบ ก้อน ซีสต์ หรือก้อนเนื้อแข็ง ที่อาจเป็นอันตราย
✅ สามารถดูโครงสร้างภายในไทรอยด์ได้ชัดกว่าการตรวจคลำด้วยมือ
✅ ปลอดภัย ไม่มีรังสี ไม่เจ็บตัว
🛑 อัลตราซาวด์ช่วยคัดกรองมะเร็งไทรอยด์ได้อย่างไร?
1️⃣ ตรวจพบก้อนผิดปกติในระยะเริ่มต้น
อัลตราซาวด์สามารถแสดงลักษณะของก้อนไทรอยด์ ว่ามีความเสี่ยงเป็นมะเร็งหรือไม่ เช่น ขอบไม่เรียบ มีจุดหินปูนภายใน หรือมีการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ
2️⃣ ช่วยตัดสินใจว่าควรเจาะชิ้นเนื้อหรือไม่
หากพบก้อนที่น่าสงสัย แพทย์จะใช้ภาพอัลตราซาวด์เป็นแนวทางในการตัดสินใจว่า ควรเจาะตรวจชิ้นเนื้อ (Fine Needle Aspiration: FNA) หรือไม่
3️⃣ ตรวจติดตามผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็งไทรอยด์
สำหรับผู้ที่เคยเป็นมะเร็งไทรอยด์มาก่อน อัลตราซาวด์ช่วย เฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำ และประเมินว่ามีการกระจายของเซลล์มะเร็งหรือไม่


วันและเวลาทำการ รักษาคลินิก
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16:00 – 19:00 น. หยุดวัน พฤหัส
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 18:00 น
จองคิวเท่านั้น
หมายเหตุ: วันหยุดประจำเดือนจะแจ้งใน เฟสบุ๊คและไลน์ ขออภัยในความไม่สะดวก
หมายเหตุ:
- ทางคลินิก ไม่มีบริการ รักษาออนไลน์ การรักษาของทางคลินิก เป็นการตรวจร่างกายหาสาเหตุและทำการรักษาเพราะอาการเหมือนกัน สาเหตุอาจมาต่างกัน
