ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลในอาหารทะเล

กุ้ง หอย ปู แม้ว่าจะมีคอเลสเตอรอลสูง แต่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ จึงให้กินได้ไม่จำกัดแต่ให้กินสลับไปเหมือนอาหารปกติ หลายคนเคยได้ยินว่าคอเลสเตอรอลในเลือดสูงไม่ควรกินอาหารทะเล จริงๆแล้วที่มาของมันคือมาจากความเชื่อเก่าที่ว่า คอเลสเตอรอลในอาหารมากๆทำให้คลอเรสเตอรอลในเลือดเรามากขึ้น ตามไปด้วยแน่นอน แต่พอมีงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ เราก็พบว่า บางอย่างก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น ร่างกายเรามีกระบวนการที่ซับซ้อนมากบางครั้งมนุษย์เราก็ยังเข้าใจไม่หมด กลายเป็นว่าการกินไขมันอิ่มตัวทำให้ไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูงมากกว่า ส่วนคอเลสเตอรอลในอาหารนั้น ผลกลับไม่ชัดเจน

งานวิจัยพบว่า การกินอาหารทะเลสัปดาห์ละ 2-3 มื้อ ในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ยังช่วยให้ทารกมีสุขภาพที่ดีขึ้น

อาหารทะเลแนะนำให้ทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 มื้อขึ้นไป โดยเน้นปลาและกุ้ง หอย ปู ที่หลากหลาย

US FDA หรือองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้จัดประเภทปลาตามระดับสารปรอทที่ตรวจพบให้เราเลือกกินง่ายๆดังนี้

ปลาที่ปลอดภัยที่สุด คือพบสารปรอท น้อยกว่าปลาชนิดอื่นๆ ได้แก่

– ปลาแซลมอน

– ปลาซาบะ

– ปลากะพงดำ

– ปลาค้อด

– ปลาดุก

– ปลานิล

– ปลาลิ้นหมาหรือปลาตาเดียว

– ปลาทูน่ากระป๋อง

นอกจากนี้ยังมีพวกป่าที่ต่างประเทศนิยมรับประทานเช่น ปลาแองโชวี่ ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาเทราต์

กุ้ง

– กุ้งทั่วไป

– กุ้งลอปสเตอร์

ปู

– ปูทั่วไป

หอย

– หอยทั่วไป

– หอยแครง

– หอยนางรม

ปลาหมึก

– ปลาหมึกทั่วไป

สรุปก็คือ กุ้ง หอย หมึก โดยทั่วไปค่อนข้างปลอดภัย รวมถึงปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาบะ ปลากะพงดำ ปลาลิ้นหมา ปลาดุก ปลานิล ปลาทูน่ากระป๋อง (แบบ Light) ด้วย คือกินได้ 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ โดยให้ดีที่สุดก็กินสลับกันไปให้หลากหลาย

ปลาที่พอใช้

พบสารปรอทมากกว่าพวกแรกหน่อย ได้แก่

– ปลาเก๋า

– ปลากะพง

– ปลาหิมะ / ปลากินดาระ (Sable fish) สมัยนี้เค้าไม่ได้เอาตัวนี้ขึ้นร้านอาหารญี่ปุ่นที่พวกเราเจอกันทั่วๆไปแล้ว เพราะหายากและราคาแพง เค้าใช้ตัวด้านล่างที่มีเนื้อคล้ายๆกันแทน

– ปลาหิมะ

– ปลาฮาลีบัท

– ปลาทูน่ากระป๋อง

– ปลาทูน่าครีบเหลือง ทูน่าชนิดนี้พบได้ทั่วไปทั้งในรูปทูน่ากระป๋อง สเต็กทูน่า และปลาดิบ

– ปลาอินทรีบั้ง

สรุปคือปลากลุ่มพอใช้มีสารปรอทมากกว่าพวกแรกหน่อยมักจะเป็นปลาที่บ้านเรามาครบตามร้านอาหารทั่วไป เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาหิมะ หรือปลาทูน่ากระป๋อง (แบบ White)นั่นเองแนะนำให้กิน 1 มื้อต่อสัปดาห์

ปลาที่ไม่ควรกิน เนื่องจากมีสารปรอทตกค้างมากมีทั้งหมดเจ็ดชนิดแต่ที่เราอาจจะพบเจอกันบ้างมีสามตัวดังนี้

1. ปลาฉลาม

2. ปลาอินทรี 3. ปลาทูน่าชนิดตาโต ทูน่าชนิดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าทูน่าทั่วไป ปัจจุบันปริมาณลดลงอย่างมาก เนื่องจากถูกจับมากินมากเกินไป พบได้บ้างในอาหาร พวกปลาดิบและสเต็กทูน่า

วิธีกินปลาให้ปลอดภัยจากสารปรอท

1. ล้างทำความสะอาด

2. เลาะเอามัน และหนังปลาออก เพราะเป็นบริเวณที่มักมีสารตกค้างต่างๆมาก

3. วิธีการปรุง เลือกการอบ หรือย่าง ที่สามารถให้น้ำมันจากปลาหยดทิ้ง หรือช่วยลดสารตกค้างได้ดีกว่าการทอด

3 วิธีง่ายง่ายนี้ก็ช่วยลดสารพิษตกค้างไปได้ส่วนนึงแล้วค่ะ

คนทั่วไปแนะนำให้กินปลา 2-3 ชิ้นต่อสัปดาห์
หลีกเลี่ยงกินปลาที่สารปรอทตกค้างมาก เช่น ปลาฉลาม ปลาอินทรี

ขอบคุณข้อมูลจาก กิน Guidebook #1 โดย พญ.สุภาสินี รัตนศุกล พิมพ์ครั้งที่ 2 ปี 2562

Discover more from รักษาคลินิก By Dr.Nick

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading