ระวังก้อนเนื้อตามตัวคุณอาจเป็น….มะเร็ง รีบมาปรึกษาแพทย์ด่วน

คงจะมีหลายคนที่พบว่าคลำพบก้อนเนื้อ(งอก) เกิดขึ้นตามร่างกาย เช่น แขน ขา หรือหลัง ลักษณะก้อนที่พบอาจมีหลายลักษณะ บางก้อนลักษณะกลมๆ นุ่มๆ บางก้อนมีลักษณะขรุขระตะปุ่มตะป่ำ บางก้อนลักษณะคล้ายติ่งเนื้อยื่นออกมาจากผิวหนังเดิม บางก้อนมีสีผิวค่อนข้างเข้มคล้ายไฝ บางครั้งมีหลายๆก้อนเกิดขึ้นมาพร้อมกัน แต่เกือบทั้งหมดก้อนนั้นมักจะไม่ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกใด ๆเลย คือผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บ ปวด คัน จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ช้าเกินไป โดยปล่อยให้ก้อนที่เกิดขึ้นนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้น จนไม่สามารถที่จะรักษาได้ หรือ อาจจะทำให้ถึงกับเสียชีวิตในกรณีที่ก้อนเนื้องอกพัฒนาเป็นมะเร็ง และกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ จนไม่สามารถรักษาได้

ดังนั้นเมื่อตรวจพบกว่ามีก้อนเนื้อเกิดขึ้นกับร่างกายแล้วไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไหนก็ตามควรที่จะพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ วินิจฉัยให้ถูกต้อง อย่ารอจนมีความรู้สึกเจ็บ ปวด หรือสิ่งใด ๆเกิดขึ้นแล้วจึงค่อยพิจารณาเรื่องการรักษา นั่นทางการแพทย์ถือว่าช้าเกินไป

โรคมะเร็ง VS เนื้องอก

โรคมะเร็งต่างจากเนื้องอกตรงที่ก้อนเนื้อหรือแผลมะเร็งจะโตเร็วลุกลามไปอวัยวะข้างเคียง แพร่กระจายสู่กระแสเลือด ระบบน้ำเหลือง ไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยมักแพร่สู่ปอด ตับ สมอง กระดูก และไขกระดูก ดังนั้นโรคมะเร็งจึงเป็นโรคเรื้อรัง รุนแรง มีการรักษาที่ซับซ้อนและต่อเนื่อง

รู้หรือไม่ ? 1 ใน 1,000 คน จะพบก้อนเนื้อไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่ แบบไหนควรผ่าออกไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

สัญญาณที่ควรมาพบแพทย์

  • เกิดก้อนเนื้อ บริเวณ คอ รักแร้ เต้านม เพราะอาจเป็นเนื้องอกชนิดอื่น ไม่ใช่ก้อนเนื้องอกไขมันใต้ผิวหนัง อาจเป็นก้อนเนื้องอกของ เต้านม, ต่อมไทรอยด์ หรือต่อมน้ำเหลือง
  • ก้อนเนื้อที่โตเร็ว มีขนาดใหญ่
  • มีลักษณะแข็ง หรือมีอาการเจ็บร่วมด้วย
  • ก้อนเนื้อมีลักษณะกลายเป็นสีแดง

การวิฉัยมะเร็ง ต้องอาศัยการซักประวัติอาการ ตรวจร่างกาย และตรวจพิเศษเพิ่มเติมด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ก่อน เพื่อดูว่าลักษณะก้อนเนื้อนั้นว่าสงสัยมะเร็งหรือไม่ หากสงสัยคุณหมอก็จะเจาะชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัย หากวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะของโรค เช่น เจาะเลือดดูการทำงานของกระดูก ตับ  ไต ตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อดูการกระจายของโรคสู่ปอด หรือตับ และก็อาจมีตรวจอื่น ๆ อีกตามชนิดมะเร็งที่เป็น เช่น ตรวจสแกนกระดูกเพื่อดูโรคแพร่กระจายไปกระดูก

หมายเหตุ: ราคาโปรโมชั่นนี้เฉพาะคนที่ทำการมัดจำจองคิวเท่านั้น
ราคาข้างต้น
– รวมค่าแพทย์และค่าส่งรูปผ่านไลน์หลังตรวจแล้ว
– ไม่รวมค่า USB หากคนไข้ต้องการรูปใส่ลงใน USB จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เงื่อนไขเป็นไปตามที่คลินิกกำหนด

  • ไม่ใช่ราคาสำหรับพบก้อนที่คอ เต้านม รักแร้

รักษาคลินิก ตั้งอยู่ใกล้โลตัสท่ามะกา จังหวัด กาญจนบุรี

เลื่อนรูปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ☝☝☝

พบก้อนทีเต้านม เช็คมะเร็งเต้านมได้ มะเร็งเต้านม รู้เร็ว โอกาสรักษาหายขากสูงถึง 95%

ปัจจุบันนี้พบ ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมอายุน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ดังนั้นจึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อาการของมะเร็งเต้านม

ในระยะแรกของโรคนี้จะไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ ออกมาทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมอาจไม่รู้ตัวว่าตนเองมีโรคร้ายนอกจากจะได้รับการตรวจด้วย Ultrasound ส่วนอาการที่มักปรากฏเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติที่เต้านมมีดังนี้

  • คลำพบก้อนเนื้อที่เต้านม หรือใต้รักแร้ : สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านเป็นประจำ โดยก้อนเนื้อที่พบอาจจะกดเจ็บ หรือไม่เจ็บก็ได้ ผู้หญิงทุกคนควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังรอบเดือนหมด ประมาณ 1 สัปดาห์
  • ช่วงไม่มีประจำเดือนมีอาการเจ็บบริเวณเต้านม : หากมีอาการเจ็บเต้านมโดยที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน หรือพบว่าผิวหนังรอบๆ เต้านมบวมแดงอักเสบ โดยเฉพาะเมื่อคลำพบก้อนเนื้อร่วมด้วย อย่าละเลยว่าเป็นเรื่องธรรมดาเด็ดขาด
  • มีของเหลวหรือน้ำเหลืองไหลออกมาจากเต้านม : โดยเฉพาะหากพบว่าน้ำเหลืองหรือของเหลวไหลนั้นมีสีคล้ายเลือด และออกจากหัวนมเพียงรูเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเต้านมโดยละเอียด
  • เกิดผื่นคันที่เต้านมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ : ผื่นคันอาจเกิดขึ้นที่หัวนมหรือบริเวณเต้าส่วนใหญ่ เริ่มต้นเป็นเพียงผื่นแดงแสบๆ คันๆ แม้จะรักษาโดยแพทย์ผิวหนังแล้วยังไม่หายขาดจนกลายเป็นแผลตกสะเก็ดแข็ง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านมอีกครั้ง เนื่องจากอาจเกิดจากเซลล์มะเร็งลามขึ้นมาที่ผิวหนังด้านบนบริเวณหัวนมหรือเต้านมแล้ว
  • ลักษณะรูปร่างหรือขนาดของเต้านมที่เปลี่ยนไปจากเดิม : แม้ปกติเต้านมทั้ง 2 ข้างอาจมีขนาดและรูปร่างที่ต่างกันบ้าง แต่การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างมีลักษณะผิดปกติไปจากเดิม จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้เท่าทันหากเกิดโรคร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • กดที่เต้านมแล้วผิวหนังบุ๋ม : รวมถึงสีหรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ละเอียด เนื่องจากอาจเป็นอาการของเซลล์มะเร็งที่ลุกลามมาถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

ถึงแม้ว่าจะคลำไม่เจอก้อนนั่นไม่ได้หมายความว่าเราปลอดภัยเนื่องจากก้อนมะเร็งเต้านมมีขนาดเล็กใหญ่ตามระยะของมะเร็งทั้ง 4 ระยะโดยจะมีขนาดเล็กสุดอยู่ที่ 1 เซนติเมตรเท่านั้น

ใครที่ควรตรวจอัลตราซาวด์?

ผู้หญิงทุกคนควรได้รับการตรวจอัลตราซาวด์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต้องหมั่นตรวจเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรค

  • ผู้ที่มีอายุ 35 ปี ควรรับการตรวจอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ผู้ที่มีอายุ 40-49 ปี ควรรับการตรวจทุก 1-2 ปี
  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจเป็นประจำทุกปี
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งรังไข่
  • ผู้ที่เคยรับการฉายแสงเพื่อรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นที่บริเวณหน้าอก
  • ผู้ที่ได้รับยาฮอร์โมนทดแทน
  • ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมแล้ว 1 ข้าง
  • ผู้ที่ได้รับการเจาะตรวจชิ้นเนื้อพบภาวะที่เรียกว่า Atypical ductal hyperplasia

ระยะของมะเร็งเต้านม

  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 1 : เชื้อจะยังไม่กระจายโดยก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็กว่า 2 เซนติเมตร
  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 2 : เชื้ออาจเริ่มแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง ก้อนเนื้อจะมีขนาด 2-5 เซนติเมตร
  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 3 : เชื้อจะเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองอย่างมากทำให้เนื้อบริเวณรักแร้ติดกับอวัยวะใกล้เคียง ในระยะนี้ก้อนเนื้อจะมีขนาดมากกว่า 5 เซนติเมตร
  • มะเร็งเต้านมระยะที่ 4 : เชื้อจะแพร่สู่อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น สมอง กระดูก หรือปอด เป็นต้น ระยะนี้ก้อนเนื้อจะมีขนาดได้หลายขนาด

หมายเหตุ: ราคาโปรโมชั่นนี้เฉพาะคนที่ทำการมัดจำจองคิวเท่านั้น
ราคาข้างต้น
– รวมค่าแพทย์และค่าส่งรูปผ่านไลน์หลังตรวจแล้ว
– ไม่รวมค่า USB หากคนไข้ต้องการรูปใส่ลงใน USB จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เงื่อนไขเป็นไปตามที่คลินิกกำหนด

เสริมหน้าอก ไม่ว่าจะเป็น หญิงหรือชาย เสี่ยงมะเร็งเต้านม

ฉะนั้น การตรวจด้วยอัลตราซาวด์นั้น คนที่เสริมเต้านมแล้วสามารถทำได้และข้อจำกัดน้อยมาก คนไข้ที่มีถุงเต้านมเทียมจึงเลิกกังวลใจได้เลย เพียงแต่ในการตรวจแต่ละครั้ง จำเป็นต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทุกครั้ง เพราะเป็นประโยชน์มากในการตรวจ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมกี่ซีซี, เหนือหรือใต้กล้ามเนื้อ, เคยฉีดไขมัน, เคยแก้ไข, มีการยกกระชับ, มีแผลบริเวณเต้านม ฯลฯ ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อรังสีแพทย์

ยกตัวอย่าง แผลเป็นจากการผ่าตัดที่ซับซ้อนในเต้านมอาจคล้ายกับลักษณะของมะเร็งที่เพิ่งเกิด หรือการเกิดพังผืดหรือซิลิโคนรั่ว การแจ้งทีมแพทย์ก่อนจึงเป็นประโยชน์มากในการตรวจคัดกรอง ฉะนั้น อย่าละเลยกับการตรวจคัดกรองเต้านมของตัวเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ผู้เสริมหน้าอกควรต้องหมั่นสังเกตตัวเอง ดังนี้

พังผืดรอบเต้านม

พังผืดรอบเต้านม เป็นอาการความผิดปกติหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน ถือเป็นปัญหาที่ผู้เสริมหน้าอกสามารถพบได้บ่อยที่สุด โดยพังผืดหลังเสริมหน้าอกเกิดจากเมื่อผ่าตัดใส่ซิลิโคนเข้าไปในร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะจับได้ว่าซิลิโคนนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม และพยายามสร้างพังผืดขึ้นมาห่อหุ้มซิลิโคน เพื่อปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม การเกิดพังผืดจะบีบรัดหน้าอกจนรู้สึกแข็ง ถึงแม้ว่าจะมีการป้องกันการเกิดพังผืดได้โดยการหมั่นนวดบริเวณเต้านม แต่ปัญหาการเกิดพังผืดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ โดยแบ่งอาการได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 เต้านมรูปทรงปกติ เป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดหรือความผิดปกติใดๆ
ระยะที่ 2 เต้านมรูปทรงปกติ แต่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าเต้านมแข็งขึ้นเล็กน้อย
ระยะที่ 3 รูปทรงของเต้านมเริ่มมีความผิดปกติ และทรงไม่กลมสวยเท่าเดิม เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าเต้านมแข็งมากขึ้นจากระยะที่ 2
ระยะที่ 4 รูปทรงของเต้านมผิดรูปอย่างชัดเจน เช่น หน้าอกทั้งสองข้างไม่เท่ากัน และหัวนมชี้ไปผิดที่ผิดทาง หน้าอกแข็งขึ้นมาก และรู้สึกเจ็บทั่วบริเวณเต้านม

เกิดริ้วรอย หรือรอยย่น

เกิดริ้วรอย หรือรอยย่น เป็นปัญหาที่สามารถเกิดได้หลังจากเสริมหน้าอกไปสักระยะแล้ว โดยจะเกิดรอยย่นบริเวณขอบซิลิโคนเป็นริ้วคลื่นและสามารถมองเห็นได้ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกผิวไม่เรียบ และขรุขระ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ เกิดขึ้นเนื่องจากเนื้อเต้านมบางและขาดความยืดหยุ่น โพรงหน้าอกกับขนาดของซิลิโคนไม่เหมาะสมกัน การเสริมหน้าอกโดยใช้เทคนิคใส่ซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อในผู้ที่มีผิวเต้านมบาง หรือจากคุณภาพของซิลิโคนไม่ผ่านมาตรฐานทางการแพทย์

ซิลิโคนเคลื่อนที่

ซิลิโคนเคลื่อนที่ อีกหนึ่งอาการที่เกิดขึ้นได้หลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอก สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การวางซิลิโคนไม่เท่ากัน การหดตัวของซิลิโคน กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกน้อย หรือเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวหนังบริเวณเต้านมหย่อนคล้อย จึงอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมมาเกิดการเคลื่อนที่ สามารถสังเกตอาการได้จาก หน้าอกข้างใดข้างหนึ่งหย่อนลงมามากกว่าอีกข้าง หรือสังเกตได้จากหัวนมที่จะชี้ลงต่ำกว่าปกติ

เลื่อนรูปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ☝☝☝

คลำเจอก้อนที่คอ แค่ก้อนเนื้อหรือมะเร็งต่อมไทรอยด์

“ทำไมคนอื่นทักคอโต มีก้อนที่คอทำไงดี แล้วจะเป็นมะเร็งไหม?” หลายคนมักเกิดคำถามแบบนี้ วันนี้ หมอนิค หมอเฉพาะทาง มีคำตอบค่ะ ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า ไทรอยด์ คืออะไร

ไทรอยด์ คือต่อมที่อยู่บริเวณด้านหน้าลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญ อุณหภูมิ กล้ามเนื้อ อารมณ์และความรู้สึกของร่างกาย รวมถึง การเจริญเติบโต และพัฒนาการของสมอง

เมื่อเกิดความผิดปกติ มักจะเกิดก้อนที่ต่อมไทรอยด์ โดยก้อนจะขยับ ขึ้น – ลง ตามจังหวะการกลืนน้ำลาย พบได้ทั้งก้อนเดี่ยวหรือหลายก้อน หากผู้ป่วยมีรูปร่างผอมบางจะทำให้สังเกตเห็นก้อนได้ชัดเจนขึ้น หรือต่อมไทรอยด์โต มีการกดเบียดหลอดลมหรือหลอดอาหาร มีความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

ถ้าสงสัย เป็นเนื้องอกของไทรอยด์ ทำยังไงต่อดี?

การตรวจยืนยันว่าเป็นเนื้องอกของไทรอยด์แน่ๆ ก็คือ “การส่งอัลตราซาวน์คอ” นั่นเอง การ Ultrasound คอเพื่อดูไทรอยด์ เน้นนะคะ **ต้องทำทุกราย ที่สงสัยก้อนทีคอ** เพราะให้ข้อมูล “ชัดและละเอียดที่สุดของการตรวจไทรอยด์” เช่น มีก้อนที่ไหน กี่ก้อน ข้างเดียวหรือสองข้าง ลักษณะก้อนเป็นอย่างไร มีเส้นเลือดมาเลี้ยงไหม ฯลฯ ซึ่งจะต้องตรวจโดยหมอเฉพาะทางนะคะ

มีคนถามว่า ทำ CT-scan หรือ MRI ไม่ดีกว่าเหรอ เพราะน่าจะสแกนและตรวจได้ดีกว่าไหม? ราคาแพงกว่าน่าจะดีกว่านะ?

คำตอบคือ การทำ CT หรือ MRI ให้ข้อมูลไทรอยด์ได้ไม่ละเอียดเท่า อัลตราซาวด์  เนื่องจากการทำ CT หรือ MRI ส่วนมากจะมีการตัดเป็นช่วงๆ ช่วงละ 5mm – 1cm ทำให้บางที มันข้ามส่วนสำคัญของไทรอยด์ไป ซึ่งอัลตราซาวน์จะดูได้ละเอียดและเนียนกว่า

CT หรือ MRI ใช้ดูไทรอยด์บางกรณีเท่านั้น เช่น เป็นมะเร็งแล้วสงสัยว่าจะลามอวัยวะอื่นหรือเปล่า อันนี้มีประโยชน์ หรือ สงสัยกรณีก้อนไทรอยด์โตมากจนเบียดอวัยวะอื่นและ/หรือลงไปช่องอก เป็นต้น

ในกรณีที่บางคน “บังเอิญ” เจอก้อนไทรอยด์ จากการตรวจ CT ด้วยเหตุผลอื่น ยังไงเสีย ถ้ามาเจอหมอไทรอยด์ หมอก็จะส่งทำ ultrasound คอเพื่อดูไทรอยด์ซ้ำอีกที เพราะจะได้ข้อมูลไทรอยด์ละเอียดกว่าค่ะ

สรุป: เมื่อเจอก้อนที่คอ หมอจะส่ง ultrasound คอ และเจาะเลือดเช็คค่าฮอร์โมนไทรอยด์ทุกคนเสมอ

หมายเหตุ: ราคาโปรโมชั่นนี้เฉพาะคนที่ทำการมัดจำจองคิวเท่านั้น
ราคาข้างต้น
– รวมค่าแพทย์และค่าส่งรูปผ่านไลน์หลังตรวจแล้ว
– ไม่รวมค่า USB หากคนไข้ต้องการรูปใส่ลงใน USB จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เงื่อนไขเป็นไปตามที่คลินิกกำหนด

2 เหตุผลง่ายๆที่หลายคนมาตรวจที่ รักษาคลินิก

1. “เครื่องมือระดับสากล”

เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องมือราคาหลายล้าน ที่ รักษาคลินิก เลือกใช้ เป็นเครื่องที่ผ่านมาตรฐานเครื่องมือแพทย์จากระดับสากล ทั้งมาตรฐานกลางของเขตเศรษฐกิจยุโรป (CE) และมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) พร้อมทั้งการันตีด้วย รางวัล Reddot winner 2021 ในด้านการออกแบบเครื่อง Ultrasound Premium และมั่นใจในระบบ smart AI ด้วยโปรแกรม Shear wave และ Elastography ที่มีประสิทธิภาพ จากการประเมินผ่าน Society of Radiologists in Ultrasound Liver Elastography, 2020

การตรวจอัลตราซาวด์ เปรียบเสมือนการถ่ายรูปภาพจากกล้อง เครื่องอัลตราซาวด์ที่รักษาคลินิกเลือกใช้เป็นเครื่องรุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีการสร้างภาพที่ทันสมัย ให้ภาพที่มีความละเอียดสูง ภาพที่ถ่ายออกมาจึงมีคุณภาพมากกว่าเครื่องรุ่นเก่า ทำให้เพิ่มความแม่นยำการแปลผล อีกทั้งสามารถส่งรูปผ่านไลน์ได้ทันที จึงเป็นประโยชน์หากต้องใช้ภาพในการรักษาต่อ

ความแม่นยำของการตรวจรักษาคือจุดประสงค์หลักที่คุณหมอนิคใส่รายละเอียดลงไปในทุกขั้นตอนการตรวจ คุณหมอเลือกใช้เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ คุณภาพสูงเพื่อความสมบูรณ์แบบในการตรวจ

เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ที่รักษาคลินิก ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีมาตรฐานสากล

ระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ร่วมกับระบบ smart AI ในการประมวลผลอัตโนมัติ จะช่วยให้ภาพคมชัด ลดความแปรปรวนในการตรวจ เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการแปลผลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การรักษาโรคอย่างตรงจุด พร้อมส่งรูปคุณภาพคมชัดผ่านไลน์ทันที เพื่อความสะดวกและการส่งต่อข้อมูลสู่แผนการรักษาที่ไหลลื่น แม่นยำ และมีคุณภาพ

2. “ตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง”

คุณหมอนิคเป็นหมอเฉพาะทางด้านอัลตราซาวด์ (Diagnostic Radiology) ศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากนั้นได้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมา คุณหมอได้เปิดคลินิก ภายใต้ชื่อ รักษาคลินิก

โดยคุณหมอหมั่นอัพเดทความรู้ เทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆตลอดเวลา เพื่อให้การตรวจรักษาครอบคลุม แม่นยำและมีประสิทธิภาพที่สุดมากขึ้น

อีกหนึ่งในจุดเด่นที่คนไข้หลายคนประทับใจคือความน่ารักเป็นกันเองของคุณหมอที่พร้อมจะให้คำปรึกษาและตอบคำถามอย่างเป็นกันเอง

ทำไมต้องตรวจ อัลตราซาวด์

อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เป็นการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ที่มากกว่า 20,000 Hz หลักการคือ การส่งคลื่นเสียงจากหัวตรวจ (Transducer) ไปกระทบกับเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย ซึ่งมีความสามารถในการผ่านและสะท้อนกลับไม่เท่ากัน หัวตรวจจะรับสัญญาณคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับ มาประมวลผลและสร้างเป็นภาพขึ้น เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค

ข้อดีของการอัลตราซาวด์

1. ไม่เจ็บ
2. ไม่มีรังสี จึงปลอดภัยกว่าการตรวจที่ใช้รังสี เช่น X-ray หรือ CT scan
3. ตรวจได้ทุกเพศ ทุกวัย สามารถตรวจในผู้ที่ไม่สามารถตรวจแบบใช้รังสีเอกซเรย์ และผู้ที่แพ้สารทึบรังสีได้ด้วย เช่น สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีภาวะไตวาย ปลอดภัย ไม่มีผลแทรกซ้อน และไม่มีอันตรายจากรังสีตกค้าง
4. ตรวจซ้ำ หรือติดตามผลได้บ่อย โดยไม่เป็นอันตราย
5. ตรวจดูเนื้อเยื่อได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป
6. ใช้ตรวจอวัยวะต่าง ๆ ได้กว้าง ทำให้มีประสิทธิภาพที่ดีในการคัดกรองโรค
7. ค่าใช้จ่ายในการตรวจน้อยกว่าวิธีอื่น ๆ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางที่เวลาตรวจอัลตราซาวด์แล้ว ไม่ได้ให้ผลการตรวจเรากลับมาหล่ะ !!

การอัลตราซาวด์เป็นการตรวจที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของผู้ตรวจ จึงแนะนำให้ตรวจกับคุณหมอเฉพาะทางด้านการทำอัลตราซาวด์ (แพทย์รังสีวิทยาวินิจฉัย) เพื่อการตรวจและคัดกรองโรคต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถออกผลการตรวจอย่างเป็นทางการได้ เพื่อนำผลการตรวจนี้ไปรักษาต่อ หรือติดตามการรักษาที่โรงพยาบาลอื่น หรือ โรงพยาบาลที่รักษาอยู่ประจำได้

✅ ใช้เวลาตรวจไม่นาน 15-30 นาที
✅ ไม่เจ็บ ไม่อันตราย ไม่มีรังสี ตรวจได้ทุกเพศ ทุกวัย
✅ ไม่ต้องรอ ได้ผลส่งผ่านไลน์ ทันที

มั่นใจ การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์เฉพาะทาง
💚 Ultrasound ON DEMAND
✅ แม่นยำ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
✅ ประทับใจ กับ การบริการที่มืออาชีพ
✅ โทรจองคิว
✅ ได้ผลทันที
💚 ไม่มีการรอ ส่งผลผ่านไลน์ทันที

วันและเวลาทำการ รักษาคลินิก

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16:00 – 19:00 น. รับคิวสุดท้าย 18:00 น. หยุดวัน พฤหัส
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 18:00 น รับคิวสุดท้าย 17:00 น.
รับเฉพาะจองคิว

หมายเหตุ:

  • ทางคลินิก ไม่มีบริการ รักษาออนไลน์ การรักษาของทางคลินิก เป็นการตรวจร่างกายหาสาเหตุและทำการรักษาเพราะอาการเหมือนกัน สาเหตุอาจมาต่างกัน

เลื่อนรูปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ☝☝☝

Discover more from รักษาคลินิก By Dr.Nick

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading