เส้นเอ็นอักเสบ หากทิ้งไว้นานอาจรุนแรงจนเอ็นฉีกขาดได้

เส้นเอ็นอักเสบ (Tendinitis) เกิดขึ้นได้ง่ายโดยที่เราอาจไม่ทันระวังตัว ซึ่งสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ทุกกิจกรรมที่ทำ ไม่เพียงแต่เกิดกับนักกีฬาเท่านั้น สาเหตุมักเกิดจากการที่เส้นเอ็นถูกใช้งานหนักเกินไป หรือได้รับบาดเจ็บที่ซ้ำๆ จนเกิดการอักเสบขึ้น ทำให้เกิดอาการปวด กดเจ็บ บริเวณเส้นเอ็น โดยปกติอาการของเส้นเอ็นอักเสบส่วนใหญ่มักดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน ด้วยการพักและดูแลรักษาตนเอง แต่หากพบว่ายังคงมีอาการรุนแรง กระทบต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันมากกว่า 3 วัน อาจเกิดภาวะเส้นเอ็นฉีกขาดได้

เส้นเอ็นอักเสบเกิดจากสาเหตุใดบ้าง

เส้นเอ็นอักเสบ (Tendinitis) สามารถเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้

💚 จากการเคลื่อนไหวเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณหนึ่งๆ ซ้ำๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะการทำอาชีพหรืองานอดิเรกที่ต้องมีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อเอ็นซ้ำๆ ซึ่งทำให้เอ็นบริเวณที่ถูกใช้งานตึงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดการอักเสบขึ้น
💚 อุบัติเหตุ ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บอย่างฉับพลันจากการออกกำลังกาย เล่นกีฬา และอาจเสี่ยงต่อการเกิดเอ็นฉีกขาดได้
💚 การอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือผิดท่า ทำให้เอ็นต้องเกร็งตัวตลอดเวลา ก็ทำให้เส้นเอ็นอักเสบได้ เช่น นั่งทำงานผิดท่า นอนผิดท่า
💚 อายุที่เพิ่มมากขึ้น จะมีความยืดหยุ่นลดลง ทำให้เกิดเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย หรือเส้นเอ็นอักเสบได้ง่ายขึ้น

อาการของเส้นเอ็นอักเสบ

เส้นเอ็นอักเสบ ส่วนใหญ่จะเป็นการเจ็บนอกข้อ และพบได้บ่อยในบริเวณ เอ็นข้อศอก เอ็นไหล่ เอ็นหัวเข่า และเอ็นร้อยหวาย โดยจะมี อาการปวดตรงที่เกิดเส้นเอ็นอักเสบ โดยจะปวดตื้อๆ บ่อยครั้ง อาการปวดจะเป็นมากขึ้นเมื่อมีการขยับในข้างที่เป็น มีอาการบวม บางครั้งอาจรู้สึกอุ่นๆ หรือมีอาการแดงร่วมด้วยแต่จะไม่บวมในข้อ มีก้อนบวมนูนตามเอ็นกล้ามเนื้อนั้นๆ บางครั้งขยับแล้วเจ็บมาก เนื่องจากมีเอ็นฉีดขาด

การตรวจเอ็น กล้ามเนื้อและข้อต่อด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ (การตรวจMSK)

คือ การตรวจทางการแพทย์โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงผ่านทะลุเข้าสู่อวัยวะภายในเพื่อจับภาพอวัยวะหรือส่วนต่างๆภายในร่างกาย ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคหรือเป็นเครื่องมือช่วยให้แพทย์เห็นภาพร่างกายใช้เปรียบเทียบอวัยวะได้ 2 ข้าง เช่น ผู้ป่วยมาด้วยปวดไหล่ด้านขวาเพียง1 ข้าง ผู้ตรวจสามารถใช้ไหล่ด้านซ้ายเป็นเกณฑ์มาตรฐานเทียบได้

ข้อได้เปรียบที่สําคัญคือ การตรวจMSK ใช้ตรวจขณะเคลื่อนไหว (dynamic
test) ได้ซึ่งการตรวจทางรังสีวิทยาอื่นๆไม่สามารถทดแทนได้ ตัวอย่างเช่น การตรวจประเมินภาวะ impingement syndrome ที่ข้อไหล่

ส่วนรายที่มีข้อจํากัดในการทํา MRI เช่น โรคกลัวที่แคบ (claustrophobic) ผู้ที่ใส่ cardiac pacemakers หรือดามโลหะที่อวัยวะในร่างกาย ผู้ตรวจสามารถใช้การทํา MSK ทดแทนได้

สามารถตรวจวินิจฉัยอะไรได้บ้าง?

1. เส้นเอ็นบริเวณต่างๆ เช่น เอ็นข้อไหล่, เอ็นข้อเท้า ฯลฯ
2. เส้นใยกล้ามเนื้อที่มีอาการปวด เพื่อประเมินดูถึงความรุนแรงและแนวทางในการรักษา
3. ข้อต่อต่างๆ เช่น การอักเสบของข้อเข่า เพื่อประเมินว่าข้อเข่านั้นมีการบวมจากสารน้ำหรือมีข้อเสื่อมและหินปูนเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด

การตรวจ MSK ต่างจากการทำ MRI หรือ X-rays อย่างไร ?

1. เป็นการตรวจที่ปลอดภัย เพราะไม่ใช้รังสีเอกซ์ คลื่นแม่เหล็กหรือคลื่นวิทยุ และไม่มีการฉีดสี ดังนั้นจึงสามารถทำการตรวจซ้ำๆ ได้บ่อยกว่าการตรวจแบบ X-rays และการตรวจแบบ MRI
2. สามารถตรวจได้ทุกเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเช่นเดียวกับการตรวจ x-rays และการตรวจแบบ MRI สามารถประเมินและวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น
3. เครื่องอัลตราซาวด์สามารถจับภาพเนื้อเยื่ออ่อนได้ชัดเจนกว่าการตรวจแบบ X-rays
4. ราคาในการตรวจด้วยเครื่อง Ultrasound diagnostic  มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการตรวจแบบ x-rays และการตรวจแบบ MRI ค่อนข้างมาก

การวินิจฉัยเส้นเอ็นอักเสบ

การวินิจฉัยเอ็นอักเสบนั้น แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและซักประวัติ สอบถามอาการเบื้องต้น เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เช่น กิจกรรมที่ทำก่อนจะมีอาการ ลักษณะของอาการปวด ความถี่และระยะเวลาที่เกิดอาการ นอกจากนี้แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยพิเศษเพิ่มด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

เอ็นร้อยหวายอักเสบ

รู้จักเอ็นร้อยหวาย

เอ็นร้อยหวายเป็นเส้นเอ็นที่ใหญ่สุดในร่างกาย เชื่อมต่อกล้ามเนื้อน่องกับส้นเท้า มีผลในการเดิน วิ่ง และการกระโดด หากเกิดเส้นเอ็นตึงมากหรือมีความเครียดเกิดที่เส้นเอ็นมาก ๆ อาจทำให้เกิดการเอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles Tendinitis) ขึ้นได้

สาเหตุเอ็นร้อยหวายอักเสบ

เกิดจากการใช้งานเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการยืนนานๆ เดินเยอะ ออกกำลังกายในท่าซ้ำๆ จนทำให้เกิดการตึงและบาดเจ็บ การเล่นกีฬาโดยเฉพาะกีฬาที่มีการเร่งและชลอความเร็ว หรือกีฬาที่มีการกระโดดบ่อยๆ เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล แบดมินตัน ฯลฯ

นอกจากเรื่องของการใช้งาน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการที่กล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายมีอาการตึง ไม่ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสมทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย เพราะการที่ปล่อยให้เส้นเอ็นตึงเกินไป แรงกระชากจากการใช้งานอาจทำให้เอ็นร้อยหวายเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น

เกิดการอักเสบจากโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ เช่น โรคเกาต์ หรือโรคกลุ่มรูมาตอยด์ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการอักเสบที่เส้นเอ็นร้อยหวายได้

อาการเอ็นร้อยหวายอักเสบ

💚 รู้สึกเจ็บที่บริเวณเอ็นร้อยหวายขณะใช้งาน
ในคนที่ยังอักเสบน้อย อาจจะรู้สึกเจ็บเวลาที่ใช้งานเยอะ เช่น ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬามากๆ

💚 สำหรับคนที่มีอาการเอ็นร้อยหวายอักเสบมากขึ้น บางครั้งแค่เดินในระยะทางใกล้ๆ ก็รู้สึกเจ็บแล้ว
ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เอ็นร้อยหวายก็จะใช้งานได้น้อยลงเรื่อยๆ จนมีอาการเจ็บตลอดเวลาที่ใช้งาน เป็นต้น

💚 มีอาการบวม แดง ร้อน บริเวณเอ็นร้อยหวาย

💚 ส่วนคนที่มีอาการเส้นเอ็นร้อยหวายอักเสบบ่อยๆเป็นระยะเวลานาน แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม มีอาการอักเสบเป็นๆ หายๆ เรื่อยๆ รวมทั้งไม่ได้บริหารเส้นเอ็นร้อยหวายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ การปล่อยให้เป็นๆ หายๆ ในระยะเวลาหลายปีก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะจะส่งผลทำให้เอ็นร้อยหวายค่อยๆ เสื่อมและไม่แข็งแรง เมื่อเส้นเอ็นเปื่อยจะทำให้ฉีกขาดได้ง่าย หากมีการออกกำลังกายหรือใช้งาน เช่น กระโดด หรือเขย่งผิดจังหวะ ก็อาจทำให้เอ็นร้อยหวายเกิดการฉีกขาดได้

เอ็นร้อยหวายฉีกขาด รุนแรงแค่ไหน

เนื่องจากเอ็นร้อยหวายเป็นเส้นเอ็นที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดในร่างกาย เมื่อเกิดการฉีกขาดจะค่อนข้างรุนแรง ผู้ป่วยบางรายจะได้ยินเสียงป๊อบ (Pop sound) หรือรู้สึกมีการฉีกขาดที่น่องหรือเอ็นร้อยหวาย ซึ่งจังหวะที่เอ็นร้อยหวายฉีกขาดนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดในขณะที่มีการเคลื่อนไหวหรือใช้งานเอ็นร้อยหวายอยู่ เช่น จังหวะการออกตัววิ่ง การกระโดด การเขย่ง

มื่อเกิดการฉีกขาดแล้วจะรู้สึกเจ็บปวดทันทีที่บริเวณเอ็นร้อยหวาย และไม่สามารถลงน้ำหนักเท้าได้เต็มที่นัก ต้องมีคนช่วยพยุง หรือบางรายมีอาการเจ็บปวดมาก เดินไม่ไหว ต้องหยุดการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมนั้นๆ ทันที หลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการบวม ฟกช้ำใต้ผิวหนัง เนื่องจากมีเลือดออกบริเวณเอ็นร้อยหวายที่ฉีกขาด

ต่อมาหากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจจะเริ่มเจ็บน้อยลง สามารถกลับมายืนได้ เดินได้ แต่จะมีความรู้สึกอ่อนแรง เหมือนขาไม่มีแรง ไม่สามารถยืนและเดินได้อย่างมั่นคง เนื่องจากไม่มีแรงถีบส่งจากเอ็นร้อยหวายที่ขาดไป และหากลองจับที่บริเวณเส้นเอ็นร้อยหวายอาจจะคลำลำเอ็นไม่ได้ หรือคลำได้ช่องระหว่างเส้นเอ็น

6 อาการบอกโรค เอ็นร้อยหวายอักเสบ!

อาการทั่วไปของเอ็นร้อนหวายอักเสบที่พบได้บ่อย คือ

💚 ปวดและบวมบริเวณเหนือส้นเท้า ในขณะเดิน เล่นกีฬา หรือเมื่อยืดข้อเท้า
💚 มีอาการปวดอย่างรุนแรงหลังออกกำลังกาย
💚 มีอาการบวมที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และหากทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
💚 รู้สึกแน่นบริเวณกล้ามเนื้อน่อง
💚 เมื่องอเท้าจะรู้สึกเคลื่อนไหวไม่ค่อยได้
💚 รู้สึกอุ่นบริเวณส้นเท้า

หากผู้ป่วยมีอาการดังข้างต้นอย่างเรื้อรังหรือรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้ก็อาจทำให้เส้นเอ็นฉีกและมีอาการแย่ลงได้

ปวดเข่าด้านในจาก เอ็นข้างเข่าอักเสบ

เส้นเอ็นเพส แอนซิรีนัส (Pes Anserinus Tendon) เป็นเส้นเอ็นที่เกิดจากการรวมตัวกันของกล้ามเนื้อต้นขา 3 มัด ได้แก่

A. ซาโทเรียส (Sartorius)

B. กาซีริส (Gracilis)

C. เซมิเทนดิโนซัส (semitendinosus)

มีจุดเกาะร่วมกันที่บริเวณส่วนต้นด้านในของกระดูกหน้าแข้ง ทำหน้าที่ในการงอเข่าและหมุนขาเข้าด้านใน (ทำท่านั่งขัดสมาธิ) และช่วยพยุงข้อเข่า

อาการเอ็นข้างเข่าอักเสบ (Pes Anserine Tendonitis) จะทำให้รู้สึกเจ็บ บริเวณด้านข้างหัวเข่า และจะมีอาการเพิ่มขึ้นจากการเดิน ขึ้นบันได หรือออกกำลัง หากมีอาการมากขึ้นจะทำให้เคลื่อนไหวได้น้อยลง ขาอ่อนแรง

อาการเอ็นข้างเข่าอักเสบพบได้มากนักวิ่ง ผู้ที่มีน้ำหนักมาก ผู้ที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังไม่แข็งแรง การยืดกล้ามเนื้อได้ไม่ดีพอก่อนออกกำลัง และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ/อุบัติเหตุบริเวณเข่าด้านใน

การรักษาเบื้องต้น หากมีการบาดเจ็บให้พักการใช้งานเข่า ประคบเย็น จะสามารถลดอาการปวดได้

หากอาการไม่ดีขึ้น สามารถรักษาได้ด้วยการทำกายภาพบำบัด ด้วยการยืดกล้ามเนื้อ ใช้เครื่องมือเช่น เลเซอร์กำลังสูง และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกาย

ทำไมต้องมารักษาด้วยเครื่องเลเซอร์กำลังสูงที่รักษาคลินิก

High Power Laser เครื่องมือหลักล้าน จากยุโรป (อิตาลี) ที่ รักษาคลินิกเลือกใช้พิเศษด้วยนวัตกรรมลดความตึงตัว โดยการใช้หัวนวดร่วมกับการรักษาด้วยเลเซอร์เพื่อคลายกล้ามเนื้ออย่างตรงจุด ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ช่วยลดปวด ลดบวม ลดการอักเสบได้ดี

– ปลอดภัย ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง
– ตรงจุด เครื่องมือเลเซอร์นวัตกรรมใหม่ นำเข้าจากอิตาลี มาตรฐานยุโรป ลงลึก ถึงจุดปวด
– เห็นผล ปวดลดลงทันที ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก

การใช้ Cryotherapy ควบคู่กับ High Power Laser High Power Laser

เป็นการรักษาภาวะปวด การอักเสบ ของเนื้อเยื่อหรือข้อต่อที่มีปัญหา โดยการปล่อยแสงในช่วงความยาวคลื่นต่างๆ ส่องตรงไปบริเวณที่อักเสบได้ลึกตรงจุด อีกทั้งในขณะรักษาด้วย High Power Laser จะไม่มีการสัมผัสกับบริเวณที่อักเสบโดยตรง ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บหรือทรมานขณะรักษา ถ้าใช้ High Power Laser ร่วมกับ Cryotherapy จะให้ผลการรักษาที่เสริมกัน ช่วยลดอาการปวด บวม แดงร้อน การอักเสบ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เครื่อง Cryotherapy ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อได้อย่างไรบ้าง

Cryotherapy ช่วยลดการทำงานของเซลล์ประสาท gramma motor neuron ทำให้ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ช่วยลดการส่งกระแสประสาทไปบริเวณจุดปลายของกล้ามเนื้อ เมื่อกระแสประสาทตรงนี้ส่งไปได้น้อยลง กล้ามเนื้อก็จะไม่เกร็ง

ทำไมต้อง Cryotherapy ใช้ถุงประคบเย็นไม่หายหรอ

เนื้อเยื่อที่เราจะรักษาด้วยความเย็น ความเย็นนั้นจะต้องลดอุณหภูมิให้ถึงจุดที่เหมาะสม จึงจะมีผลในการลดการอักเสบ ปวด บวม แดงร้อน หรือลดกล้ามเนื้อเกร็งได้ การประคบด้วยแผ่นเย็น หรือ ถุงน้ำแข็งจะต้องใช้เวลานานที่จะทำให้ได้ผลดีจากการลดอุณหภูมิเนื้อเยื่อตรงนั้น มีงานวิจัยให้เหตุผลว่าถ้าเราประคบเย็นเกิน 15 นาทีจะเกิด hunting reaction คือเนื้อเยื่อหรือผิวหนังบริเวณที่เราประคบเย็นแทนที่เส้นเลือดจะหดตัวกลับกลายเป็นว่าขยายตัวขึ้นมาอีก ทำให้เกิดการบวม ปวดขึ้นมาได้อีก นี่เป็นเหตุผลที่ว่าการลดอุณหภูมิในบริเวณที่จะรักษาให้ได้เร็วและอุณหภูมิคงที่ถึงมีประโยชน์กว่าการที่เราประคบไปเรื่อยๆ จนเกิด hunting reactionในอนาคต

ข้อดีของการรักษาด้วยความเย็นที่เหมาะสมมีอะไรบ้าง

• ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้รังสี จึงลดผลข้างเคียงและลดผลกระทบต่ออวัยวะอื่นในร่างกาย
• ไม่เสี่ยงกระทบกับอวัยวะภายใน
• ใช้เวลาไม่นาน

เลื่อนรูปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ☝☝☝

แผนที่ : https://bit.ly/3oAYhjS

วันและเวลาทำการ รักษาคลินิก

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16:00 – 19:00 น. หยุดวัน พฤหัส
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 15:00 น
จองคิวเท่านั้น

หมายเหตุ:

  • ทางคลินิก ไม่มีบริการ รักษาออนไลน์ การรักษาของทางคลินิก เป็นการตรวจร่างกายหาสาเหตุและทำการรักษาเพราะอาการเหมือนกัน สาเหตุอาจมาต่างกัน

Discover more from รักษาคลินิก By Dr.Nick

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading