คลำเจอก้อนที่คอ แค่ก้อนเนื้อหรือมะเร็งต่อมไทรอยด์

“ทำไมคนอื่นทักคอโต มีก้อนที่คอทำไงดี แล้วจะเป็นมะเร็งไหม?” หลายคนมักเกิดคำถามแบบนี้ วันนี้ หมอนิค หมอเฉพาะทาง มีคำตอบค่ะ ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า ไทรอยด์ คืออะไร

ไทรอยด์ คือต่อมที่อยู่บริเวณด้านหน้าลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญ อุณหภูมิ กล้ามเนื้อ อารมณ์และความรู้สึกของร่างกาย รวมถึง การเจริญเติบโต และพัฒนาการของสมอง

เมื่อเกิดความผิดปกติ มักจะเกิดก้อนที่ต่อมไทรอยด์ โดยก้อนจะขยับ ขึ้น – ลง ตามจังหวะการกลืนน้ำลาย พบได้ทั้งก้อนเดี่ยวหรือหลายก้อน หากผู้ป่วยมีรูปร่างผอมบางจะทำให้สังเกตเห็นก้อนได้ชัดเจนขึ้น หรือต่อมไทรอยด์โต มีการกดเบียดหลอดลมหรือหลอดอาหาร มีความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

หมายเหตุ: ราคาโปรโมชั่นนี้เฉพาะคนที่ทำการมัดจำจองคิวเท่านั้น
ราคาข้างต้น
– รวมค่าแพทย์และค่าส่งรูปผ่านไลน์หลังตรวจแล้ว
– ไม่รวมค่า USB หากคนไข้ต้องการรูปใส่ลงใน USB จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เงื่อนไขเป็นไปตามที่คลินิกกำหนด

ถ้าสงสัย เป็นเนื้องอกของไทรอยด์ ทำยังไงต่อดี?

การตรวจยืนยันว่าเป็นไทรอยด์แน่ๆ ก็คือ “การส่งอัลตราซาวน์คอ” นั่นเอง การ Ultrasound คอเพื่อดูไทรอยด์ เน้นนะคะ **ต้องทำทุกราย ที่มีก้อนทีคอ** เพราะให้ข้อมูล “ชัดและละเอียดที่สุดของการตรวจไทรอยด์” เช่น มีก้อนที่ไหน กี่ก้อน ที่ไหนบ้าง ข้างเดียวหรือสองข้าง ลักษณะก้อนเป็นอย่างไร มีเส้นเลือดมาเลี้ยงไหม ฯลฯ ซึ่งจะต้องโดยหมอเฉพาะทางนะคะ

มีคนถามว่า ทำ CT-scan หรือ MRI ไม่ดีกว่าเหรอ เพราะน่าจะสแกนและตรวจได้ดีกว่าไหม? ราคาแพงกว่าน่าจะดีกว่านะ?

คำตอบคือ การทำ CT หรือ MRI ให้ข้อมูลไทรอยด์ได้ไม่ละเอียดเท่า ultrasound เนื่องจากการทำ CT หรือ MRI ส่วนมากจะมีการตัดเป็นช่วงๆ ช่วงละ 5mm – 1cm ทำให้บางที มันข้ามส่วนสำคัญของไทรอยด์ไป ซึ่งอัลตราซาวน์จะดูได้ละเอียดและเนียนกว่า

CT หรือ MRI ใช้เพื่อดูไทรอยด์จะทำบางกรณีเท่านั้น เช่น เป็นมะเร็งแล้วสงสัยว่าจะลามอวัยวะอื่นหรือเปล่า อันนี้มีประโยชน์ หรือ สงสัยกรณีก้อนไทรอยด์โตมากจนเบียดอวัยวะอื่นและ/หรือลงไปช่องอก เป็นต้น

ในกรณีที่บางคน “บังเอิญ” เจอก้อนไทรอยด์ จากการตรวจ CT ด้วยเหตุผลอื่น ยังไงเสีย ถ้ามาเจอหมอไทรอยด์ หมอก็จะส่งทำ ultrasound คอเพื่อดูไทรอยด์ซ้ำอีกที เพราะจะได้ข้อมูลไทรอยด์ละเอียดกว่าค่ะ

สรุป: เมื่อเจอก้อนที่คอ หมอจะส่ง ultrasound คอ และเจาะเลือดเช็คค่าฮอร์โมนไทรอยด์ทุกคนเสมอ

จะรู้ได้ไงว่ามีก้อนที่คอ หรือคอโต?

โดยส่วนมากแล้วเราจะพบว่าคอโต มี 2 กรณี คือ

1. คนอื่นทัก คือปกติเรามักไม่ค่อยสังเกตตัวเองหรอกค่ะ ว่าคอโตขึ้นเพราะเราเห็นตัวเองหน้ากระจกทุกวัน อาจคิดว่ามันปกตินั่นแหละ แต่พอคนอื่นทักเท่านั้นแหละ เออ จริงแฮะ เป็นก้อนนูนขึ้นมาเลย

2. บังเอิญเห็นหรือคลำเจอเอง มักเกิดความกังวลอย่างมาก กลัวว่ามันจะเป็นอะไรไหม ทีนี้ ถ้าบังเอิญเจอแล้ว ทำอย่างไรต่อ แน่นอนเราควรพบแพทย์ ให้คุณหมอตรวจดูมันคืออะไร เพราะก้อนที่คอหรือคอโตนั้น อาจจะไม่ได้เป็นไทรอยด์โตหรือเนื้องอกไทรอยด์ไปเสียทั้งหมดนะคะ อาจเป็นอย่างอื่นได้ เช่น กล้ามเนื้อ ถุงน้ำหรือซิสชนิดต่างๆ ก้อนไขมัน หลอดอาหารโป่ง เนื้องอกชนิดต่างๆ ฯลฯ เป็นต้น

ถ้าคลำก้อนนูนๆได้ที่คอจริงๆ ส่วนมาก 70-80% มักจะเป็นเนื้องอกของต่อมไทรอยด์นี่แหละค่ะ จากการมองหรือคลำภายนอกถ้าเป็นเนื้องอกไทรอยด์ จะอยู่บริเวณคอด้านล่างเสียเป็นส่วนมาก ซึ่งจะตรงกับต่อมไทรอยด์นั่นเอง (ถ้าเป็นก้อนใต้คาง หรือค่อนมาทางด้านบนแถวๆลูกกระเดือก จะไม่ใช่ไทรอยด์ จะเป็นก้อนของอย่างอื่น เช่นต่อมน้ำเหลือง หรือถุงน้ำ หรืออื่นๆ เสียมากกว่า)

เมื่อไปหาหมอ หมอจะคลำดูว่ามันใหญ่แค่ไหน แข็งแค่ไหน อยู่ข้างไหนหรือมีทั้งสองข้าง ให้ลองกลืนน้ำลายว่ามันเคลื่อนตามการกลืนไหม ถ้าใช่ ก็น่าจะนึกถึงไทรอยด์มากขึ้น เป็นต้น

การรักษาต่อมไทรอยด์ผิดปกติ

สำหรับผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์โต ควรติดตามอาการด้วยการอัลตราซาวด์ไทรอยด์ ร่วมกับการตรวจก้อนมะเร็งไทรอยด์ หากต่อมไทรอยด์เป็นพิษ สามารถรักษาได้ด้วยการให้ยายับยั้งการสร้างฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ กลืนน้ำแร่รังสี หรือการผ่าตัด หากต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย แพทย์จะให้ฮอร์โมนไทรอยด์ชดเชยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้ เมื่อชดเชยฮอร์โมนได้เพียงพอร่างกายจะกลับสู่ภาวะปกติ แต่ประการสำคัญคือจะต้องชดเชยฮอร์โมนให้อยู่ในระดับปกติไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอาการผู้ป่วยแต่ละราย

ใครบ้างนะที่ควรตรวจ ต่อมไทรอยด์

1. มีอาการของฮอร์โมนไทรอยด์สูงหรือต่ำเกินไป ได้แก่

  • อาการไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป เช่น เหนื่อยง่าย เพลียง่าย ขี้หนาว ท้องผูก น้ำหนักขึ้นง่าย ความคิดช้า เฉื่อยชา ง่วงนอน ขี้หนาว ผมร่วง ผิวแห้งหยาบ ตัวบวม หน้าบวม เป็นตะคริวบ่อย
  • อาการไทรอยด์ทำงานมากเกินไป เช่น มือสั่น ใจสั่น น้ำหนักลดลง โดยที่ยังทานอาหารเป็นปกติหรือมากกว่าปกติ วิตกกังวล หงุดหงิดมากกว่าปกติ ตาโปนโตกว่าปกติ คอโตขึ้น ขับถ่ายบ่อยขึ้น เหงื่อออกมาก

2. มีประวัติเคยตรวจเลือดแล้วพบความผิดปกติของไทรอยด์ฮอร์โมนมาก่อน
3. มีประวัติได้รับการรักษาโรคไทรอยด์มาก่อน เช่น การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ การกลืนแร่ไอโอดีน
4. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์
5. เป็นเบาหวานชนิดที่ 1
6. มีภาวะมีบุตรยาก
7. คอพอกหรือมีก้อนที่บริเวณคอด้านหน้า

10 อาการไทรอยด์ผิดปกติ

1) อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น : ผู้ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะส่งผลกระทบไปถึงการทำงานของหัวใจทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรืออ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉงในภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ

2) ผมร่วง : ภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือไทรอยด์ทำงานต่ำสามารถเกิดผมร่วงได้

3) นอนไม่หลับ : อาการนอนไม่หลับมาคุกคามบ่อย ๆ ทั้งที่ปกติเป็นคนที่นอนหลับง่ายและหลับได้สนิทโดยตลอด เนื่องจากหากไทรอยด์ผิดปกติอาจหลั่งฮอร์โมนมามากเกินไปจนกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและรบกวนการพักผ่อนได้

4) รู้สึกง่วงตลอดเวลา : เกิดได้ในภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะเกิดอาการอ่อนเพลียไม่สดชื่นร่วมด้วย

5) อ้วนขึ้นหรือผอมลงอย่างผิดปกติ : ต่อมไทรอยด์ผิดปกติในลักษณะหลั่งฮอร์โมนออกมามากจะกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมให้ขยันเกินไปในภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะพบว่าน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย เนื่องจากการเผาผลาญที่ต่ำลง

6) หิวบ่อยหรือไม่หิวกินไม่ค่อยลง : หากต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้นอาจทำให้เกิดความรู้สึกหิวบ่อยขึ้น ทานมากขึ้น แต่น้ำหนักตัวลดลง หากไทรอยด์ทำงานน้อยลงอาจกินไม่ค่อยลง บวม อ้วนง่าย

7) ขับถ่ายไม่เป็นปกติ : เข้าห้องน้ำน้อยกว่าปกติหรือท้องผูกบ่อย ๆ แม้จะกินพวกผัก ผลไม้ เกิดจากร่างกายมีภาวะขาดไทรอยด์ได้ ในภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะมีการทำงานของลำไส้มากขึ้น ทำให้ถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้นกว่าปกติ ส่วนในไทรอยด์ต่ำอาจพบอาการท้องผูก

8) รู้สึกหนาวตลอดเวลาหรือขี้ร้อนมากขึ้น : ต่อมไทรอยด์ไม่หลั่งฮอร์โมนออกมาในปริมาณเพียงพอ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ความร้อนในร่างกายก็จะลดน้อยลง ภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะมีอาการขี้ร้อน เหงื่อออกมากกว่าปกติ  ส่วนภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีอาการขี้หนาวมากขึ้น

9) ผิวแห้ง : ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลงส่งผลต่อผิวแห้งมากขึ้นหรือเหงื่อลดน้อยลง

10) ใจสั่น : ภาวะที่ฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไปจะเร่งกระบวนการการทำงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทั้งหมดจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว

***อย่าเพิ่งวิตกกังวลกับสัญญาณเตือนไทรอยด์มากเกินไป เพราะบางอาการก็สามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้ ควรไปตรวจเช็กสุขภาพอย่างละเอียดจะดีที่สุด รักษาคลินิก มีโปรแกรมตรวจไทรอยด์ด้วยอัลตราซาวด์ หากสนใจสามารถนัดหมายมาได้ที่ Line ID:@raksaclinic

2 เหตุผลง่ายๆที่หลายคนมาตรวจที่ รักษาคลินิก

1. “เครื่องมือระดับสากล”

เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องมือราคาหลายล้าน ที่ รักษาคลินิก เลือกใช้ เป็นเครื่องที่ผ่านมาตรฐานเครื่องมือแพทย์จากระดับสากล ทั้งมาตรฐานกลางของเขตเศรษฐกิจยุโรป (CE) และมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) พร้อมทั้งการันตีด้วย รางวัล Reddot winner 2021 ในด้านการออกแบบเครื่อง Ultrasound Premium และมั่นใจในระบบ smart AI ด้วยโปรแกรม Shear wave และ Liver Elastography ที่มีประสิทธิภาพ จากการประเมินผ่าน Society of Radiologists in Ultrasound Liver Elastography, 2020

โปรแกรม Strain & Shear wave Elastography เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมร่วมกับอัลตราซาวด์ให้แม่นยำมากขึ้น โดยตรวจวัดความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ ระดับความแข็งของก้อนที่ตรวจพบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์โรคมะเร็ง การทำ Elastography เต้านม จากงานวิจัยได้รับการยืนยันแล้วว่า มีประโยชน์เมื่อทำร่วมกับอัลตราซาวด์โดยเฉพาะในก้อนที่มีขนาดเล็กน้อยกว่า 5 mm และถุงน้ำที่มีส่วนเนื้อปะปนอยู่ภายใน ซึ่งอาจไม่เห็นจากภาพแมมโมแกรม โดยช่วยลดอัตราการเจาะตรวจชิ้นเนื้อที่ไม่จำเป็น

โปรแกรม Share wave elastography ที่ได้รับการประเมินผ่านจาก Society of Radiologists in Ultrasound Liver Elastography, 2020 เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ใช้ในการประเมินดูสภาวะตับแข็ง ระดับพังผืดในเนื้อตับ และปริมาณไขมันสะสมในตับ เป็นการตรวจที่แม่นยำ และลดอัตราเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะตับ โดยเกณฑ์การวัดจะบอกเป็นตัวเลขในการประเมินผล ทำให้บอกระดับความรุนแรงของโรคได้อย่างชัดเจน และเป็นประโยชน์ในการติดตามการรักษา

การตรวจอัลตราซาวด์ เปรียบเสมือนการถ่ายรูปภาพจากกล้อง เครื่องอัลตราซาวด์ที่รักษาคลินิกเลือกใช้เป็นเครื่องรุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีการสร้างภาพที่ทันสมัย ให้ภาพที่มีความละเอียดสูง ภาพที่ถ่ายออกมาจึงมีคุณภาพมากกว่าเครื่องรุ่นเก่า ทำให้เพิ่มความแม่นยำการแปลผล อีกทั้งสามารถส่งรูปผ่านไลน์ได้ทันที จึงเป็นประโยชน์หากต้องใช้ภาพในการรักษาต่อ

ความแม่นยำของการตรวจรักษาคือจุดประสงค์หลักที่คุณหมอนิคใส่รายละเอียดลงไปในทุกขั้นตอนการตรวจ คุณหมอเลือกใช้เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ คุณภาพสูงเพื่อความสมบูรณ์แบบในการตรวจ

เครื่องอัลตราซาวด์รุ่นใหม่ที่รักษาคลินิก ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีมาตรฐานสากล

ระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ร่วมกับระบบ smart AI ในการประมวลผลอัตโนมัติ จะช่วยให้ภาพคมชัด ลดความแปรปรวนในการตรวจ เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการแปลผลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การรักษาโรคอย่างตรงจุด พร้อมส่งรูปคุณภาพคมชัดผ่านไลน์ทันที เพื่อความสะดวกและการส่งต่อข้อมูลสู่แผนการรักษาที่ไหลลื่น แม่นยำ และมีคุณภาพ

2. “ตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง”

คุณหมอนิคเป็นหมอเฉพาะทางด้านอัลตราซาวด์ (Diagnostic Radiology) ศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากนั้นได้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมา คุณหมอได้เปิดคลินิก ภายใต้ชื่อ รักษาคลินิก

โดยคุณหมอหมั่นอัพเดทความรู้ เทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆตลอดเวลา เพื่อให้การตรวจรักษาครอบคลุม แม่นยำและมีประสิทธิภาพที่สุดมากขึ้น

อีกหนึ่งในจุดเด่นที่คนไข้หลายคนประทับใจคือความน่ารักเป็นกันเองของคุณหมอที่พร้อมจะให้คำปรึกษาและตอบคำถามอย่างเป็นกันเอง

การเตรียมตัวก่อนทำอัลตราซาวด์ไทยรอยด์

สามารถตรวจเลือดได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องงดอาหาร และน้ำ

มั่นใจ การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์เฉพาะทาง
💚 Ultrasound ON DEMAND
✅ แม่นยำ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
✅ ประทับใจ กับ การบริการที่มืออาชีพ
✅ โทรจองคิว
✅ Walk in (เฉพาะเสาร์-อาทิตย์) 
✅ ได้ผลทันที
💚 ไม่มีการรอ ส่งผลผ่านไลน์ทันที

วันและเวลาทำการ รักษาคลินิก

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 16:00 – 19:00 น. หยุดวัน พฤหัส
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 – 18:00 น
จองคิวเท่านั้น

หมายเหตุ: วันหยุดประจำเดือนจะแจ้งใน เฟสบุ๊คและไลน์ ขออภัยในความไม่สะดวก

หมายเหตุ:

  • ทางคลินิก ไม่มีบริการ รักษาออนไลน์ การรักษาของทางคลินิก เป็นการตรวจร่างกายหาสาเหตุและทำการรักษาเพราะอาการเหมือนกัน สาเหตุอาจมาต่างกัน

Discover more from รักษาคลินิก By Dr.Nick

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading